อาการตับเสื่อม ก่อนวัย ถ้าใช้พาราเกินความจำเป็น รู้ไว้ก่อนจะสายไป
อาการตับเสื่อม

ระวัง อาการตับเสื่อม ก่อนวัย ถ้าใช้พาราเกินความจำเป็น รู้ไว้ก่อนจะสายไป

รู้หรือเปล่าครับว่า แค่กินพาราครั้งละ 2 เม็ด ก็ทำให้ อาการตับเสื่อม ถามหาเราได้ 

พาราเซตามอล หรือยาแก้ปวด เป็นยาชนิดหนึ่งที่ทุกบ้านต้องมีติดไว้ ถึงแม้จริง ๆ แล้ว พาราเป็นยาที่มีความปลอดภัยสูง แต่หากได้รับในปริมาณที่ไม่เหมาะสมกับตัวเองนาน ๆ เข้า ก็อาจทำให้ อาการตับเสื่อม ขยับเข้ามาใกล้เราได้ เพราะจริง ๆ แล้วพาราเซตามอน เป็นยาที่ต้องกินตามน้ำหนักตัว และต้องกินในปริมาณที่ถูกต้อง แต่หลายคนกลับมีความเข้าใจผิด ๆ ยิ่งกินเยอะยิ่งดี ป่วยนิดไข้หน่อยก็ต้องหยิบเจ้ายาแก้ปวดนี้มาใช้ทันที แถมยังใช้ไม่ถูกวิธีอีกด้วย  

พาราคือหนึ่งในสาเหตุ อาการตับเสื่อม

ผลร้ายต่อตับคือสิ่งที่จะตามมาหลอกหลอนหากร่างกายได้รับพาราในปริมาณที่สูงเกินไปในแต่ละวัน และได้รับยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน โดยร่างกายเราอาจมีอาการส่งสัญญาณมาบอก ทั้งการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องบริเวณด้านขวาบน และหากตับถูกทำลายเยอะ ๆ อาจมีอาการตับเสื่อมสภาพจากการใช้ยาที่มากเกินความจำเป็นได้

นั่นก็เป็นเพราะตับมีหน้าที่ขับไล่สารและยาต่าง ๆ ที่เหลือจากการใช้งาน ให้ออกไปจากร่างกายของเรา หากตับเราได้รับยาอย่างพารามากเกินไป ตับจึงไม่สามารถขับออกไปได้หมด หรือขับออกไม่ทัน เมื่อร่างกายเราดันไปสังเกตุเห็นว่าที่ตับมีสารพิษเยอะและยาเยอะเกินไป ร่างกายจะส่งหน่วยพิทักษ์มาทำลายเนื้อตับส่วนนั้นออกไป เพราะตับสามารถงอกใหม่ได้ตลอด แต่การโดนทำลายบ่อย ๆ ก็ย่อมทำให้ตับยิ่งทำงานหนัก ยิ่งแก่เร็ว และ อาการตับเสื่อมสภาพก็ยิ่งมาหาเราเร็วขึ้นเท่านั้น 

ผลเสียอาการตับเสื่อมสภาพ

หากว่าอาการตับเสื่อมสภาพมันเข้ามาหาแล้วเรา ผลลัพธ์ที่ตามมานั้นมันจะไปกระทบกับหลาย ๆ ระบบในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น …

ระบบย่อยอาหาร เพราะตับมีหน้าที่ในการลิตน้ำดีเพื่อไปย่อยไขมัน หากตับเสื่อมขึ้นมา น้ำดีที่เคยผลิตได้เยอะ ก็จะต้องลดปริมาณลง และได้แต่น้ำดีที่ไม่ค่อยมีคุณสภาพส่งผลให้การย่อยไขมันที่ลำไส้เล็กนั้นเกิดขึ้นอย่างไม่สมบูรณื อีกทั้งมันยังไปเกาะแกะสารอาหารประเภทอื่น ๆ ทำให้เอนไซม์ต่าง ๆ ไม่สามารถย่อยอาหารเหล่านั้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อยได้อีกด้วย 

การใช้พลังงานของร่างกาย และสะสมพลังงานของร่างกาย เพราะตับมีหน้าที่ในการส่งน้ำตาลกลูโคสไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย อีกทั้งตับยังต้องเก็บพลังงานส่วนที่เหลือจากการใช้มาสะสมไว้ ในรูปของไกลโคเจน และไขมันอีกบางส่วน หากตับเสื่อมสภาพอาจจะทำให้ร่างกายเกิดการอ่อนเพลีย เพราะร่างกายอาจไม่ได้รับพลังงานเท่าที่ควร แถมยังไม่มีพลังงานสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉินอีกต่างหาก

การกำจัดสารพิษ เพราะหน้าที่ตับคือการกำจัดสารที่หากร่างกายได้รับมากเกินไปจะเป็นอันตรายออกไป และพาราก็เป็นหนึ่งในนั้น ฉะนั้นหากตับไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ย่อมส่งผลให้สารพิษมันคงคั่งค้างในร่างกายสูงขึ้น และอาจส่งผลถึงสมองได้ หากไม่รีบรักษา

แล้วปริมาณยาพาราเซตามอลที่เหมาะกับเรา คือเท่าไหร่กันแน่ ?

อย่างที่บอกครับว่า การกินพาราที่ถูกต้องคือต้องกินตามน้ำหนักตัว และต่อวันไม่ควรกินเกินวันละ 8 เม็ด (หรือ 4,000 กรัม) โดย

คนที่น้ำหนักไม่เกิน 50 กิโลกรัม ควรทานครั้งละไม่เกิน 1 เม็ด

คนที่น้ำหนัก 50-75 กิโลกรัม ควรทานครั้งละไม่เกิน 1 เม็ดครึ่ง 

คนที่น้ำหนัก 75 กิโลกรัมขึ้นไป ควรทานครั้งละไม่เกิน 2 เม็ด 

เพราะฉะนั้นหากไม่อยากให้ตับของเราต้องเผชิญปัญหาประสิทธิภาพถดถอย ส่งผลกระทบไปยังระบบและอวัยวะอื่น ๆ ก็ควรกินพาราในปริมาณที่ถูกต้องและพอเหมาะตามที่แพทย์สั่ง ไม่ทานยาเกินความจำเป็น มิเช่นนั้น อาการตับเสื่อมสภาพอาจย้อนกลับมาทำร้ายร่างกายเราก็ได้ 

แต่มีพืชมหัศจรรย์อยู่ชนิดหนึ่งที่สามารถบรรเทาอาการตับเสื่อมสภาพ ให้กลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อยากรู้ คลิก ที่นี่

Scroll to top