Open post
สมุนไพรบำรุงตับ

Artichoke (อาร์ติโชค) มหัศจรรย์สมุนไพรบำรุงตับ

วันนี้ Med-Thai อยากพาทุกคนมาทำความรู้จักพืชมหัศจรรย์ 3,000 ปี ชนิดหนึ่ง ที่จะช่วยสร้างสุดยอดประสิทธิภาพการทำงานให้กับ “ตับ” ของเรา เรียกได้ว่าเป็น สมุนไพรบำรุงตับ ที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง

ต้นกำเนิด สมุนไพรบำรุงตับ

อาร์ติโชค (Artichoke) คือชื่อของพืชที่ถูกค้นพบและถูกใช้เป็นยา มานานเกินกว่า 3,000 ปี มีถิ่นฐานบ้านเกิดกำเนิดอยู่แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งปัจจุบันพบได้เฉพาะในเขตอากาศหนาวเย็นเท่านั้น เช่น ทางตอนใต้ของยุโรป ตอนเหนือของอเมริกา และออสเตรเลีย เป็นต้น 

มีหลักฐานโบราณมากมายว่า Artichoke ถูกใช้เป็นยา หรือเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของ อารยธรรมสุดยิ่งใหญ่ของโลก แถบเมดิเตอร์เรเนียน อย่าง อารยธรรมกรีก โรมัน และอียิปต์โบราณ มาทั้งสิ้น ความยิ่งใหญ่ของ สมุนไพรบำรุงตับ อย่าง Artichoke ไม่ได้มีเพียงแค่ประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 30 ศตวรรษเท่านั้น แต่อย่างที่บอกครับว่า ความวิเศษจริง ๆ ของมัน คือ เป็นพืชลับที่ช่วยให้ตับของเราทำงานได้ดีและแข็งแรงย่ิงขึ้น 

ความสามารถในการฟื้นฟูตับของ Artichoke

โดยอาร์ติโชค (Artichoke) ที่ได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรบำรุงตับชั้นดีนั้นจะช่วยปกป้องฟื้นฟูดูแลตับให้กลับมาแข็งแรง ทั้งจากการช่วยป้องกันตับของเราไม่ให้ถูกทำลายโดยสารพิษต่าง ๆ  แถมยังเพิ่มประสิทธิภาพในฟังก์ชั่นสร้างการเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์เก่าของตับที่ถูกทำลายไป  อีกทั้งพืชโบราณเมืองหนาวชนิดนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำดี ช่วยลำเลียงสารพิษออกจากร่างกาย และน้ำดีก็ยังช่วยในระบบย่อยอาหารได้อีกด้วย 

นอกจากนี้ความสุดยอดจากประโยชน์ของArtichoke ยังมีส่วนช่วยในระบบไหลเวียนโลหิต โดยจะช่วยให้ความดันของเรากลับมาอยู่ในระดับปกติ และมีส่วนช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือดในอยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อร่างกาย แถมยังช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราด้วยนะ

มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก

มีงานวิจัยรองรับของคุณสมบัติในการเป็นสมุนไพรบำรุงตับของ Artichoke ทั้งงานวิจัยของ มหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences มหาวิทยาลัยการแพทย์ในประเทศโปแลนด์ ยืนยันว่า Artichoke สามารถลดภาวะไขมันพอกตับ ช่วยฟื้นฟูและป้องกันไม่ให้ตับเกิดการอักเสบจากพฤติกรรมต่าง ๆ ได้  เช่นการดื่มแอลกอฮอล์ การกินยามากเกินไป จากไขมันพอกตับ เป็นต้น

อีกทั้งยังมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งชาติโดเนตส์ ประเทศยูเครน เกี่ยวกับการกิน Artichoke พบว่า การกิน Artichoke ทุกวันเป็นระยะเวลา 2 เดือน สามารถลดอาการไขมันพอกตับ ที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ และช่วยบรรเทาอาการตับอักเสบได้เป็นอย่างดี 

LIVPRO สมุนไพรบำรุงตับ จากธรรมชาติ

LIVPRO เป็นอาหารเสริมบำรุงตับที่ช่วยลดปัญหาอาการตับอักเสบ ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND ที่มีส่วนผสมของ ราชาการบำรุงตับอย่าง อาร์ติโชค (Artichoke) และสุดยอดสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย  

Open post
โรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี

โรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กับ Med-thai

โรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี นั้นขึ้นอยู่กับว่ามีอาการหรือมีโรคแทรกซ้อนเข้ามาหรือเปล่า และขึ้นอยู่กับว่าโรคตับแข็งที่กำลังเผชิญนั้นอยู่ในระยะแรก หรืออยู่ระยะสุดท้าย แต่โดยค่าเฉลี่ยแล้ว 5-10 ปี คือตัวเลขเฉลี่ยที่ผู้ป่วยตับแข็งสามารถมีชีวิตอยู่ได้ 

โรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี ในระยะแรก 

หากเป็นโรคตับแข็งในระยะแรก อาจไม่ต้องมานั่งกังวลใจมากนักว่าโรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี เพราะในระยะแรกนั้น แม้ตับส่วนที่ถูกทำลายไปจะไม่สามารถกลับมาใช้งานได้ดังเดิม แต่หากรักษาถูกวิธีก็จะทำให้ตับไม่ถูกทำลายเพิ่มขึ้น สามารถใช้ชีวิตเฉกเช่นคนปกติทั่วไปได้ โดยวิธีการรักษานั้นต้องหาสาเหตุของโรคตับแข็งที่เกิดขึ้น และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดตับแข็ง เช่น หากพบว่าเป็นตับแข็งจากการดื่มสุรา ก็เพียงแค่งดดื่มสุราเด็ดขาด ก็จะช่วยให้ตับค่อย ๆ ฟื้นฟู และมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นปกติได้ 

ผู้ป่วยในระยะแรกมักจะแทบไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาเลย หรืออาการอาจดูคล้ายโรคทั่วไปอื่น ๆ จึงทำให้กว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวก็ปาเข้าไปในระยะหลังแล้ว โดยอาการที่สังเกตุได้นั้นอาจมีเพียง อาการท้องอืดท้องเฟ้อคล้าย ๆ กับอาหารไม่ย่อย หรือกรดไหลย้อน และเริ่มรู้สึกอ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง ทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อยหอบ และอาจมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ไปจนถึงอาเจียน รวมไปถึงในผู้ชายอาจมความผิดปกติเกิดขึ้นที่นม โดยจะรู้สึกนมโตขึ้นและเจ็บ อัณฑะเริ่มฝ่อตัว ส่วนในผู้หญิงอาจมีเสียงแหบห้าวก้าวร้าวเหมือนผู้ชาย หากใครพบอาการเหล่านี้ก็ควรไปปรึกษาแพทย์โดยด่วน 

โรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี ในระยะสุดท้าย 

ตัวเลขตั้งแต่ 5ปี ไปจนถึง 10ปี คือคำตอบว่าโรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี ซึ่งตับแข็งระยะสุดท้ายนั้นมักจะพบในผู้ป่วยใช้ชีวิตเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังคงดื่มสุราอย่างไม่เว้นวรรค กินของที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างไม่ขาด ซึ่งหากคุณก้าวเข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้วอาการของตับแข็งมักจะมีแค่ทรงกับทรุดลงเท่านั้น เนื่องจากตับไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองให้กลับมาทำงานได้เหมือนเก่า 

ผู้ป่วยในระยะสุดท้ายจะมีอาการเท้าบวม เนื่องจากตับไม่สามารถสร้างโปรตีนอัลบูมิน โปรตีนที่มีหน้าที่ควานดันน้ำในหลอดเลือดได้เพียงพอ อีกทั้งตับแข็งที่ไม่สามารถเยียวยาได้อาจทำให้การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ เกิดเป็นเส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร ทำให้อาเจียนเป็นเลือด

โรคแทรกซ้อนระหว่างตับแข็ง 

โรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นนั้นจำเป็นตัวชี้วัดเลยว่าโรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี เพราะความน่ากลัวของตับแข็งคือตับไม่สามารถทำงานได้ ภูมิคุ้มกัน ระบบป้องกันสารพิษในร่างกายก็ไม่สามารถทำงานได้ อาการท้องมาน ดีซ่าน หรืออาเจียนเป็นเลือด คือผลที่ตามมาหากไม่รักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งหากมีอาการพวกนี้ก็อาจมีชีวิตได้ประมาณ 2-5 ปี อีกทั้งยังมีโรคเนื้อร้ายอย่างมะเร็งตับที่พร้อมจะคร่าชีวิตของผู้ป่วยได้ทุกเมื่อ 

ดังนั้นหากถามว่าโรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี ก็สามารถตอบได้ว่า มีโอกาสตั้งแต่ 2ปี 5ปี 10ปี หรือมีแม้กระทั่งโอกาสหายเป็นปกติ จนสามารถใช้ชีวิตยืนยาวเฉกเช่นคนปกติได้ด้วย ขึ้นอยู่กับว่าเป็นหนักแค่ไหน มีอาการแทรกซ้อนหรือเปล่า และปฏิบัติตัวให้ไกลห่างจากตับแข็ง หรือเปล่า 

ตัวช่วยฟื้นฟูตับให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น

อย่างที่บอกไปว่า ตับแข็งนั้นหากยังคงอยู่ในระยะแรกที่ไม่ได้อันตราย และไม่ได้มีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เข้ามานั้น ยังคงสามารถบรรเทา และฟื้นฟูประสิทธิภาพการทำงานของตับได้ โดยการใช้เวชศาสตร์ฟื้นฟูตับ ด้วยการนำสมุนไพรบำรุงตับที่อยู่ในอาหารเสริมบำรุงตับเข้ามาใช้ ควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์ เพราะไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูตับแต่ยังช่วยป้องกันการอักเสบที่อาจจะทำให้ตับแข็งยิ่งแย่ไปกว่าเดิมไปอีกด้วย

Open post
หน้าที่ของตับ

หน้าที่ของตับ คือ แม่ทัพใหญ่ของร่างกายมนุษย์ อวัยวะไหนก็ทำแทนไม่ได้

หากเปรียบร่างกายมนุษย์เป็นกองทัพสักกอง อวัยวะอย่าง ตับ ก็คงต้องเป็นหนึ่งในแม่ทัพฝีมือดีคนหนึ่ง ที่คอยบัญชาการ และช่วยเหลืออวัยวะอื่น ๆ เพราะ ตับ เป็นอวัยวะที่มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับระบบต่าง ๆ ทั่วร่างกาย อีกทั้ง หน้าที่ของตับ นั้น เป็นหน้าที่ที่ไม่สามารถหาใครมาทำทดแทนได้ จึงไม่ผิดนักหากเราจะยกให้ตับเป็นแม่ทัพหรือเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของร่างกาย เราจึงต้องใส่ใจ ดูแลตับ มากเป็นพิเศษ

วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปทำความรู้จัก หน้าที่ของตับ ว่าแต่ละงานนั้นมีความสำคัญ ๆ อะไรบ้าง 

1. “เป็นแหล่งสะสมเสบียงสารอาหารไว้ใช้ยามจำเป็น”

หนึ่งในหน้าที่ของตับคือการสะสมสารอาหารไว้ให้ร่างกายดึงออกมาใช้ในยามจำเป็น หรือในยามที่ร่างกายต้องการพลังงาน โดยตับจะสะสมทั้งไกลโคเจนที่แปลงมาจากน้ำตาลกลูโคส รวมไปถึงสะสมธาตุเหล็กที่เกิดจากการสลายตัวของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง เพื่อนำกลับไปใช้สร้างฮีโมโกลบิน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่สะสมของวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินบีสิบสอง และทองแดง เป็นต้น 

2. “เปลี่ยนโครงสร้างสารอาหารต่าง ๆ ให้เป็นสารที่ร่างกายต้องการ”

ตับมีหน้าที่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างสารอาหารบางชนิด ให้อยู่ในรูปที่เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ เช่น ตับทำการแปรเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคส ให้กลายเป็นสารอาหารที่มีชื่อว่า ไกลโคเจน จากนั้นจึงนำไกลโคเจนมาสะสมไว้ที่ตับ และเมื่อใดก็ตามระดับน้ำตาลในเลือดของเราต่ำลง หรือเมื่อร่างกายเราต้องการพลังงาน ตับจะทำการแปลงไกลโคเจนให้กลับไปอยู่ในรูปของกลูโคส เพื่อนำไปใช้หล่อเลี้ยงร่างกายส่วนต่าง ๆ อีกครั้ง

3. หน้าที่ของตับ “สร้างอาวุธอย่างน้ำดี เพื่อช่วยเหลือลำไส้ในการย่อยไขมัน”

หน้าที่ของตับคือ การสร้างน้ำดีและเกลือน้ำดี ซึ่งจะทำการลำเลียงน้ำดีเหล่านั้นไปตามท่อน้ำดี โดยมีจุดหมายปลายทางคือ ลำไส้เล็ก และจะทำหน้าที่ในการช่วยย่อยสลายสารอาหารประเภทไขมันที่ลำไส้เล็ก ซึ่งในขณะเดียวกันตับก็ใช้ท่อน้ำดีเป็นช่องทางจำกัดของเสียและสิ่งมีพิษที่ตับเก็บไว้ ให้ออกไปพร้อมน้ำดี ตามทางเดินอาหารพร้อมกับกากอาหารต่าง ๆ นั่นเอง 

4. “กำจัดไส้ศึกที่เข้ามาในร่างกายอย่างสารพิษ”

การกำจัดสารพิษและของเสียต่าง ๆ ในร่างกายนั้นถือเป็นอีกหนึ่งหน้าที่ของตับที่สำคัญ โดยจะทำการกำจัดสารพิษที่ลำไส้ดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด และเมื่อสารพิษเหล่านั้นเดินทางผ่านมายังตับ ตับก็จะทำลายทิ้งทันที หรือหากทำลายไม่ได้ก็จะส่งสารพิษนั้นออกไปทางระบบขับถ่ายของเรา ซึ่งสารพิษที่เป็นอัตราย ได้แก่ แอมโมเนีย แอลกอฮอล์ คาร์บอนเตตราคลอไรด์ และคลอโรฟอร์ม เป็นต้น 

ตับทำงานหนัก ต้องดูแลเป็นพิเศษ

เห็นหรือยังว่าตับต้องทำงานมากเพียงใด อีกทั้งแต่ละหน้าที่ของตับนั้นสำคัญชนิดที่หาใครมาทำแทนไม่ได้ เพราะฉะนั้นการดูแลตับจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ โดยสามารทำได้ทั้งการปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม หรืออาจจะหา อาหารเสริมบำรุงตับ และ สมุนไพรบำรุงตับเข้ามาเพื่อช่วยฟื้นฟูและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับได้อีกด้วย

Open post
ไวรัสตับอักเสบบี

ไวรัสตับอักเสบบี แบบไหนติดต่อ แบบไหนหายห่วง

รู้หรือเปล่าว่า บนโลกกลม ๆ ใบนี้ มีผู้ที่เป็นพาหะของโรค ไวรัสตับอักเสบบี มากกว่า 350 ล้านคน ส่วนในประเทศไทยขวานทองของเรานั้นพบว่า มีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่ที่ 6-7 ล้านคนเลยทีเดียว 

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเดี๋ยวเราก็เห็นคนนู้นเป็น เดี๋ยวเราก็เห็นคนนี้เป็น ในเมื่ออัตราติดเชื้อมันช่างสูงลิบฟ้าเสียขนาดนี้ แล้วแท้ที่จริงไวรัสตับอักเสบบีนั้นอันตรายหรือเปล่า และแบบไหนที่เป็นแล้วติดต่อ แล้วแบบไหนหากเป็นแล้วหมดห่วง วันนี้เรามาไขคำตอบกัน  

ไวรัสตับอักเสบบี คืออะไร ?

ไวรัสตับอักเสบบี คือ การที่ตับดันไปได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV) เข้ามาในร่างกาย เมื่อไวรัสตัวน้อยนี้พยายามแทรกแทรงเข้ามาทำลายหาตับของเรา ตับที่น่ารักจะเกิดการอักสบขึ้นมาทันที  ซึ่งข่าวดีคือไวรัสตับอักเสบบีจะไม่ติดต่อทางลมหายใจ อาหารหรือน้ำดื่ม และการจูบกัน แต่จะติดต่อทางเลือดเท่านั้น (เว้นเสียแต่ว่าน้ำลายอาจจะไปสัมผัสกับเลือดที่อยู่ในปาก)

โดยอาการป่วยของไวรัสตับอักเสบบี แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะเฉียบพลัน และระยะเรื้อรัง 

1. ไวรัสตับอักเสบบี ระยะเฉียบพลัน (ชนิดปลอดภัย สบายใจหายห่วง)

ระยะเฉียบพลันเป็นระยะที่เรียกได้ว่าหายห่วง นั่นเป็นเพราะ ร่างกายของเราจะกำจัดขจัดไวรัสตับอักเสบบีให้ออกไปจากตับให้สิ้นซาก ภายในระยะเวลา 3 เดือน และจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อให้ให้ติดเชื้ออีก ซึ่งคนที่ติดเชื้อส่วนใหญ่  95 ใน 100 คน จะอยู่ในระยะที่ไม่อันตรายนี้ โดยอาการที่พบในระยะเฉียบพลันก็จะมี อาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดท้องชายโครงขวา เป็นไข้ คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน เบื่ออาหาร และอาการจะเริ่มดีขึ้นภายใน 1-4 สัปดาห์เท่านั้น

2. ไวรัสตับอักเสบ บี ระยะเรื้อรัง (ชนิดติดต่อ อาจก่อมะเร็งตับ)

แต่จะมีผู้โชคร้ายอยู่ราว ๆ 5% ของผู้ติดเชื้อเท่านั้น ที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดไวรัสตับอักเสบบีออกไปได้หมด และกลายเป็นแบบเรื้อรัง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ป่วยในระยะนี้จะสามารถแพร่กระจายเชื้อต่อได้ เพราะจะมีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่จะกลายเป็นพาหะ ได้รับมอบหน้าที่ให้ส่งเชื้อต่อไป ส่วนบางคนก็เป็นไวรัสตับอักเสบแบบเรื้อรังเท่านั้น ไม่สามารถถ่ายทอดโรคต่อไปได้

แบบเป็นพาหะ คือ กลุ่มของคนที่มีเชื้อร้ายอยู่ในร่างกาย ซึ่งเชื้อมันค่อยข้างขี้อาย และไม่แสดงอาการออกมา แต่เห็นเงียบ ๆ แบบนี้ มันดันแพร่กระจายส่งต่อไวรัสไปยังผู้อื่นได้ 

แบบเรื้อรัง คือ กลุ่มที่มีค่าอักเสบผิดปกติ จะแสดงอาการออกมาอย่างเต็มที่ และเป็นกลุ่มที่ตับถูกทำลายจากการอักเสบอยู่ตลอด และมีโอาสที่ตับของคุณจะกลายร่างสู่ตับแข็ง และมะเร็งตับได้ หากไม่รักษาอย่างถูกวิธี 

ซึ่งการรักษาของไวรัสตับอักเสบบี ระยะเรื้อรัง นั้นจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เรื่องการใช้ยาต้านไวรัสอยู่ตลอด เพื่อลดการแพร่กระจาย และลดความเสี่ยงที่ตับจะถูกทำลาย 

การป้องกันโรค ไวรัสตับอักเสบบี

ปัจจุบันโรคไวรัสตับอักเสบบีแทบเป็นโรคที่ไม่น่าห่วงเท่าไรนัก เพราะเชื้อค่อย ๆ ลดจำนวนลง นั่นก็เพราะเด็กที่เกิดหลังปี พ.ศ.2535 ส่วนใหญ่ล้วนได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อตั้งแต่แรกเกิด ส่วนในผู้ใหญ่ส่วนมากนั้นจะเคยได้รับเชื้อและมีภูมิต้านทานโดยร่างกายแล้ว แต่ทางที่ดีหากพบว่าตัวเองมีอาการป่วย หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรรีบไปปรึกษาแพทย์ และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และควรที่จะดูแลตับอย่างถูกวิธีควบคู่กันไปด้วย ดูแลค่าตับไม่ให้อักเสบอยู่ตลอด เพียงเท่านี้เชื้อไวรัสตับอักเสบบีที่ว่าร้ายก็ไม่สามารถทำลายตับของคุณได้แล้ว 

อาร์ติโชค (Artihoke) ช่วยลดตับอักเสบ ไวรัสตับอักดสบบี

อาร์ติโชค  (Artichoke) คือพืชที่ได้รับการยกย่องจากหลายๆ สถาบันวิจัยว่าเป็นราชาแห่งการบำรุงตับ มีความสามารถทั้งลดการอักเสบ ป้องกันการอักเสบ ลดไขมันพอกตับ และยังส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของตับ โดยมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences มหาวิทยาลัยการแพทย์ในประเทศโปแลนด์ ยืนยันว่า Artichoke มีความสามารถในการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับ แถมยังช่วยลดและป้องกันการอักเสบที่อาจเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้ง การดื่มแอลกอฮอล์ การกินอาหารประเภทไขมันมาก ๆ การได้รับสารอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีความสามารถในการช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันเลือดไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย 

LIVPRO อาหารบำรุงตับ จากธรรมชาติ

LIVPRO เป็นอาหารเสริมบำรุงตับที่ช่วยลดปัญหาอาการตับอักเสบ ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND ที่มีส่วนผสมของ ราชาการบำรุงตับอย่าง อาร์ติโชค (Artichoke) และสุดยอดสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย  

Open post
ไขมันพอกตับ

ไขมันพอกตับ สัญญาณเตือน โรคตับแข็ง และมะเร็งตับ หากไม่รีบรักษา

เคยสงสัยไหมว่า ทั้ง ๆ ที่อัตราคนคนป่วยโรคไวรัสตับอักเสบน้อยลงเรื่อย ๆ แล้วทำไมตัวเลขของผู้ป่วยโรคตับแข็ง และมะเร็งตับกลับไม่ได้ลดลงตามไปด้วยเลย  คำตอบนั่นก็เป็นเพราะโรคที่มีชื่อเห่ย ๆ ไม่น่าจดจำ อย่าง ไขมันพอกตับ นั่นเอง ที่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุให้เกิดโรคร้ายอย่างตับแข็งและมะเร็งตับตามมา 

กลุ่มเสี่ยงต่อโรคไขมันพอกตับ  

  • คนที่ดื่มสุรา แอกอฮอล์เป็นประจำ
  • คนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ โรคอ้วน
  • คนที่มีปัญหาโรคเบาหวาน 
  • คนที่มีระดับน้ำตาลสูงเกิน 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
  • และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงเกิน 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

“ไขมันพอกตับ เป็นโรคที่เกิดจากการสะสมไขมันที่ตับ”

เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถนำไขมันที่เรารับประทานไปใช้ได้หมด จนสะสมเพิ่มพูนจนพอกอยู่ที่ตับของเรา มักเกิดจากพฤติกรรมการกินอาหารพวกแป้ง ไขมัน และน้ำตาลในปริมาณมากเกินไปติดต่อกัน  ซึ่งอาหารหลักทั้งของคาวและหวานของคนไทย นั้นก็มักจะมีแป้งและน้ำตาลเป็นส่วนผสมหลักอยู่ เมื่อได้รับมาก ๆ ร่างกายใช้ไม่หมด จึงสะสมอยู่ที่ตับในรูปของไขมันนั่นเอง 

และยังเกิดได้จากการดื่มสุราเป็นประจำ เพราะเมื่อแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายของเรา ตับจะทำการกำจัดมันออกไป ซึ่งจะเกิดกรดไขมันขึ้นมา และเข้ากรดไขมันนี้เองมันจะกลายมาเป็นไขมันไตรกลีเซอไรด์สะสมไว้ที่ตับ ฉะนั้นการดื่มแอลกอฮอล์บ่อยจะยิ่งทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นไขมันพอกตับได้เช่นกัน 

“ไขมันพอกตับ ต้นเหตุมะเร็งตับ”

จากสถิติพบว่า คนไทย 4 ใน 10 คน นั้นกำลังใช้ชีวิตเคียงคู่อยู่กับเจ้าโรคไขมันพอกตับอยู่ และคนส่วนใหญ่นั้นไม่ได้รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตนเองกำลังเผชิญหน้ากับมันอยู่ โรคไขมันพอกตับ เป็นโรคที่ดูผิวเผินแล้วก็เหมือนกับคนปกติทั่วไป ไม่ได้มีอะไรร้ายแรง อาการก็อาจจะมีเช่น อ่อนเพลีย เหนื่อนง่าย ไร้เรี่ยวแรง อาหารไม่ย่อย นอนไม่หลับ เป็นต้น มันจึงเป็นเหมือนกับโรคลับ มัจจุราจเงียบที่ไม่แสดงอาการออกมา กว่าจะรู้ตัวไขมันก็ครอบคลุมเนื้อตับไปซะหมดแล้ว ประสิทธิภาพการทำงานของตับต่ำลง หน้าที่ของตับ ก็เสื่อมถอยลงไป หรืออาจกลายเป็นโรคที่ร้ายแรงกว่าอย่างตับแข็ง หรือมะเร็งตับไปเสียแล้ว 

“ความน่ากลัวของไขมันพอกตับ”

อย่างที่บอกครับว่าความน่ากลัวของไขมันพอกตับนี้ ไม่ใช่อาการที่แสดงออกมา แต่มันคือการค่อย ๆ ทำลายตับเราแบบช้า ๆ อย่างแนบเนียน ใช้เวลานานนับสิบปีกว่าจะมีอาการให้เห็น  เมื่อตับเราเก็บไขมันไม่ได้เอาออกมาใช้เยอะเกินไป ทำให้ตับใหญ่ขึ้น ไขมันพอกตับหนาขึ้น ๆ ตับจึงกำจัดเซลล์ไม่ดีที่เต็มไปด้วยไขมันออก แล้วสร้างใหม่ขึ้นมาแทน แต่การที่มีเซลล์ตาย นั้นก็อาจสร้างแผลเป็นให้กับผิวตับได้ เมื่อมีแผลเยอะขึ้นซ้ำ ๆ จากผิวที่เรียบเนียนก็จะกลายเป็นพังผืด นำไปสู่ตับแข็ง และอาจลุกลามร้ายแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด 

ดังนั้นไขมันพอกตับ จึงเป็นคำตอบที่ว่า ทำไมหลายคนกลับต้องมาทุกข์ทรมานกับโรคตับแข็ง หรือโชคร้ายที่มะเร็งตับถามหา ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยได้สัมผัสกับแอลกอฮอล์แม้แต่ยี่ห้อเดียว  ทั้ง โรคไวรัสตับเอกเสบก็ไม่เคยมาเยี่ยมเยียนสักครั้ง

การรักษา ไขมันพอกตับ 

ไขมันพอกตับเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการกินอาหารที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย โดยเฉพาะจำพวกแป้ง น้ำตาล และไขมัน ซึ่งพลังงานส่วนเกินเหล่านี้จะไปเกาะเนื้อตับในที่สุด ซึ่งวิธีป้องกันรักษาก็แสนจะง่าย เพียงแค่ควบคุมปริมาณการกินให้เหมาะสม กินอาหารให้ถูกหลัก และต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอให้ร่างกายดึงพลังงานสำรองที่สะสมไว้ในตับมาใช้  อีกทั้งไขมันพอกตับยังมีสาเหตุมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะทุกครั้งที่ตับ ขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย จะเกิดกรดไขมันขึ้น และกลายมาเป็นไตรกรีเซอไรด์หรือไขมันมาสะสมที่ตับ ดังนั้นการงดเว้นเลิกดื่มสุราก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ไขมันพอกตับหายไปและไม่มายุ่งกับเราอีกด้วย 

อาร์ติโชค (Artihoke) ช่วยลด ไขมันพอกตับ

อาร์ติโชค  (Artichoke) คือพืชที่ได้รับการยกย่องจากหลายๆ สถาบันวิจัยว่าเป็นราชาแห่งการบำรุงตับ มีความสามารถทั้งลดการอักเสบ ป้องกันการอักเสบ ลดไขมันพอกตับ และยังส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของตับ โดยมีวิจัยจากมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งชาติโดเนตส์ ประเทศยูเครน ที่ยืนยันว่า การกินอาร์ติโชคบำรุงตับเป็นระยะเวลา 2 เดือน สามารถลดอาการไขมันพอกตับที่ ไม่ได้มาจากการดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งยังมีความสามารถในการลดและต้านทานความอักเสบได้เป็นอย่างดี 

LIVPRO อาหารบำรุงตับ จากธรรมชาติ

LIVPRO เป็นอาหารเสริมบำรุงตับที่ช่วยลดปัญหาอาการตับอักเสบ ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND ที่มีส่วนผสมของ ราชาการบำรุงตับอย่าง อาร์ติโชค (Artichoke) และสุดยอดสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย  

Open post
ยาบำรุงตับ

5 ประโยชน์ของ “Artichoke” ยาบำรุงตับจากสมุนไพรธรรมชาติ

หากจะเปรียบ อาร์ติโชค (Artichoke) คือ ยาบำรุงตับ ชั้นดี ก็คงไม่ผิดอะไรนัก เพราะพืชสมุนไพรมหัศจรรย์ชนิดนี้ มีคุณสมบัติสุดพิเศษต่อตับหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่เข้ามาทำลายตับ ช่วยฟื้นฟูตับจากอาการอักเสบ ช่วยเสริมสร้างการผลิตน้ำดีของตับ และอื่น ๆ อีกมากมาย 

ต้นกำเนิด ยาบำรุงตับ 3,000 ปี

ยาบำรุงตับจากธรรมชาติชนิดนี้ถูกบันทึกครั้งแรกโดยนักปรัชญาและนักธรรมชาติวิทยาชาวกรีก ที่มีนามว่า Theophrastus จากวันนั้นจวบจนวันนี้ ระยะเวลากว่า 3,000 ปี ที่ชื่อของมันถูกเล่าขานต่อมาเรื่อย ๆ อาร์ติโชคมันจึงกลายเป็นพืชที่ผ่านหน้าประวัติศาสตร์ของหลาย ๆ อารยธรรมมาแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น กรีก โรมัน และอียิปต์

โดยอาร์ติโชคถือกำเนิดแถบทะเลเมดิเตอเรเนียน เป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกและขยายพันธุ์ได้เฉพาะบริเวณที่มีอากาศหนาวเย็นเท่านั้น ทำให้อาร์ติโชคไม่ใช่พืชที่พบเห็นได้ตามแหล่งเพาะปลูกทั่วไป แต่จะมีเพียงบางพื้นที่เท่านั้น เช่น แถบแอฟริกาเหนือ เมดิเตอร์เรเนียน ยุโรปตอนใต้ อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย เป็นต้น 

อย่างที่ได้บอกไปตั้งแต่ต้นว่า ความวิเศษของอาร์ติโชคคือ มันเปรียบประดุจดั่งยาบำรุงตับชั้นยอด โดยความสามารถของมันมีดังนี้ 

1.ต่อต้านอนุมูลอิสระ 

เป็นที่รู้กันดีว่าอนุมูลอิสระ มันคือสารที่จ้องจะเข้ามาทำร้ายและทำลายเซลล์ภายในร่างกายเรา และตับก็เป็นหนึ่งในเป้าหมาย แต่อาร์ติโชคเป็นพืชที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ที่เข้ามาสู่ร่างกายในระดับที่สูบมาก ทำให้ตับไม่ถูกทำลาย สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะไม่ต้องมาซ่อมแซมตัวเองจากการถูกทำลาย อีกทั้งยังช่วยปกป้องอวัยวะอื่น ๆ ไม่ให้ถูกทำลายไปด้วย 

2.เสริมสร้างการผลิตน้ำดี 

อาร์ติโชคยาบำรุงตับจากธรรมชาตินี้จะเข้าไปช่วยส่งเสริมการทำงานของตับ ให้ตับสามารถผลิตน้ำดีที่มีคุณภาพในปริมาณมากพอที่ร่างกายต้องการ โดยน้ำดีเหล่านี้จะไปช่วยย่อยสารอาหารประเภทไขมันในลำไส้ ก่อนที่เจ้าไขมันพวกนั้นมันจะไปเกาะสารอาหารประเภทอื่น ๆ ทำให้กระบวนการย่อยไม่สมบูรณ์ เกิดเป็นภาวะอาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ตามมา

3.แก้และลดภาวะตับอักเสบ 

อาร์ติโชคเปรียบเสมือนยาบำรุงตับ ที่จะช่วยลดการอักเสบของตับ จากพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น ดื่มสุรา จากการทานยามากเกินความจำเป็น หรือจากการที่โดนสารพิษบางตัวเข้ามาทำร้าย เมื่อตับอักเสบเกิดขึ้นกับเราแล้ว ตับจะทำลายเนื้อตับส่วนที่อักเสบนั้นทิ้งไป แล้วสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทน แต่การทำแบบนี้ย่อมเกิดบาดแผลและร่องรอยไว้ หากปล่อยไว้ให้กลายเป็นการอักเสบเรื้อรัง ตับต้องทำลายตัวเองบ่อย ๆ อาจเกิดเป็นแผลเป็น จนท้ายที่สุดพัฒนาร่างเป็นตับแข็งได้  

4.ลดภาวะไขมันพอกตับ 

มีงานวิจัยหลายชิ้นระบุว่าอาร์ติโชค นั้นสามารถลดภาวะไขมันพอกตับ หรือ fatty liver ได้เป็นอย่างดี โดยผู้ป่วยภาวะไขมันพอกตับ หากได้ทานยาบำรุงตับจากธรรมชาติอย่างอาร์ติโชคติดต่อกันเป็นระยะเวลา 2-3 เดือน จะช่วยลดไขมันพอกตับได้ ซึ่งไขมันพอกตับนั้นเป็นโรคที่หากปล่อยไว้ให้เป็นนาน ๆ อาจสามารถพัฒนาเป็นตับแข็งและมะเร็งตับได้เช่นกัน 

5.ลดสาร billirubin 

อาร์ติโชคมีคุณสมบัติในการช่วยลดสาร Billirubin ได้ ซึ่งสารบิลลิรูบินนี้เกิดจากการสลายตัวของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง หากว่ามันคั่งค้างในร่างกายมากเกินไป จะเกิดเป็นภาวะดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง ได้ ตับจึงต้องกำจัดสารเหลืองนี้ออกไปให้พ้นร่างกาย อาร์ติโชคจึงไม่ได้แค่ช่วยลดสารบิลลิรูบินแล้วแต่ยังช่วยแบ่งเบาภาระให้กับตับได้อีกด้วย 

ประโยชน์อื่น ๆ ของ Artichoke

อาร์ติโชคไม่เพียงว่าขึ้นชื่อว่าเป็นเพียงยาบำรุงตับเท่านั้น แต่พืชสมุนไพรโบราณเมืองหนาวชนิดนี้ยังมีประโยชน์อื่น ๆ ต่อร่างกายอีกหลายอย่าง เช่น อุดมไปด้วยอินูลิน สารที่เป็น pre-biotic ซึ่งเป็นอาหารของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ ช่วยลดระดับน้ำตาลและยังสามารถลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงช่วยรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน กรดไหลย้อน ได้เป็นอย่างดีด้วย 

มีงานวิจัยยืนยันว่า Artichoke เป็น ยาบำรุงตับ 

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences มหาวิทยาลัยการแพทย์ในประเทศโปแลนด์ พบว่า Artichoke ไม่เพียงแค่เป็นยาบำรุงตับที่ช่วยมอบประสิทธิภาพการทำงาน ลดการอักเสบให้กับตับ และช่วยป้องกันตับถูกทำลายจากพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ ทานไขมันมาก การได้รับสารอนุมูลอิสระต่าง ๆ การกินยาเกินความจำเป็นแล้ว อาร์ติโชคยังช่วยลดระดับไขมันในเลือด อันนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดแข็งตัวได้อีกด้วย 

หรืองานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งชาติโดเนตส์ ประเทศยูเครน ที่ยืนยันว่า การกินอาร์ติโชคบำรุงตับเป็นระยะเวลา 2 เดือน สามารถลดอาการไขมันพอกตับที่ไม่ได้มาจากการดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งยังมีความสามารถในการลดและต้านทานความอักเสบได้เป็นอย่างดี

 

LIVPRO ยาบำรุงตับ จากธรรมชาติ

LIVPRO เป็นอาหารเสริมบำรุงตับ ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND ที่มีส่วนผสมจาก ราชาการบำรุงตับ อย่าง Artichoke และสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย  

 

Open post
รักษาตับแข็ง

เคล็ดไม่ลับ “รักษาตับแข็ง” ให้กลับมาแข็งแรง และฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ

รู้หรือเปล่าว่า 5-10 ปี คือ อายุเฉลี่ยที่ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตอยู่ได้หากเป็นและไม่รักษาตับแข็งอย่างถูกวิธี

ตับแข็ง เป็นโรคเรื้อรังที่ค่อนข้างรุนแรงมาก เพราะเนื้อเยื่อตับจะถูกทำลายอย่างถาวร ทีละนิด ๆ จนกลายเป็นพังผืด และค่อย ๆ กล้ำกลืนเบียดแทรกเนื้อตับส่วนดี ทำให้เลือดไม่สามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงตับได้  ส่งผลให้ประสิทธิภาพของตับต่ำลง ไม่สามารทำหน้าที่ได้ดีเหมือนเก่า และการปล่อยปะละเลยไม่รีบ รักษาตับแข็ง จะส่งผลต่อหลาย ๆ ระบบในร่างกาย เช่น การย่อยอาหารประเภทไขมัน การสะสมพลังงานสำรอง การเปลี่ยนแปลงกลูโคสให้ร่างกาย การสังเคราะห์โปรตีน การกำจัดของเสีย เป็นต้น 

รักษาตับแข็ง ให้กลับมาแข็งแรง

ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการรักษาตับแข็งให้หายขาดในกรณีที่เป็นระยะหลัง ๆ แล้ว อาการจึงมีแต่ทรงอยู่กับที่ และทรุดลงเรื่อย ๆ เท่านั้น แต่ในกรณีของผู้ที่ป่วยในระยะแรก ๆ สามารถรักษาตับแข็งให้หายไปได้ด้วยการหาสาเหตุของทำให้เกิดโรคร้ายนี้ แล้วก็เพียงแค่แปรเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค เช่น เลิกดื่มสุรา กินอาหารที่มีประโยชน์ เป็นต้น แถมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับได้เป็นอย่างดี อีกทั้งสามารถเปลี่ยนเนื้อขรุขระให้กลับมาเรียบเนียนเหมือเก่าได้อีกด้วย

สาเหตุของตับแข็ง

โดยอาการของตับแข็ง ก็จะมีหลากหลายแต่ล้วนแต่ทำร้ายร่างกายของเรา เช่น เมื่อเซลล์ตับถูกทำลายไป หน้าที่ของตับก็ค่อย ๆ ดับสูญไปไม่ต่างกัน แน่นอนว่า ความอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรง เป็นหนึ่งในอาการหลัก ๆ ที่พบในช่วงระยะแรก เพราะตับไม่สามารถสะสมพลังงานได้เหมือนเก่า หรืออาจมีอาการคันอย่างหนักตามผิวหนัง นอกจากนี้ยังเกิดอาการท้องอืดเฟ้อเนื่องจากระบบย่อยอาหารไม่สามารถย่อยไขมันได้ดีเหมือนเดิม ดังนั้นต้องรีบรักษาตับแข็งก่อนที่ร่างกายจะไม่สามารถเยียวยาได้

ความน่ากลัวของตับแข็งไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่มันคือเหล่าผองเพื่อนที่ตามมาในรูปของอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ เนื่องจากภูมิต้านทานของร่างกายเราต่ำลง เสี่ยงที่จะมีโรคอื่น ๆ ตามมาไป ไม่ว่าจะเป็น มะเร็งตับ ติดเชื้อขั้นรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด หรือ ไตวาย เป็นต้น 

ดังนั้น วิธีรักษาตับแข็งที่ดีที่สุดคือ การเปลี่ยน “โรคตับแข็ง แรงไม่มี โรคภัยเบียดเบียน”  ให้เป็น  “ตับแข็งแรง ไม่มีโรงภัยเบียดเบียน” แทน

รักษาตับแข็ง ด้วยการ ออกกำลังกายเป็นนิจ กินถูกหลัก รับรองว่าตับแข็งแรง 

หากต้องการรักษาตับแข็งให้กลับมาเป็นตับที่แข็งแรง ต้องเริ่มใส่ใจสุขภาพโดยรวมของร่างกาย ทั้งจากเลือกกินอาหารที่ถูกหลักครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ เลิกพาคู่อริร้ายต่อตับอย่างแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย และต้องออกกำลังกายอยู่ตลอด รวมไปถึงศึกษาและป้องกันไม่ให้เกิดอาการไขมันพอกตับ ซึ่งเป็นต้นตอของโรคตับแข็ง และมะเร็งตับ ที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา

และหากใครที่กำลังประสบกับปัญหาตับแข็ง หรือกังวลว่ากำลังอยู่ในกลุ่มเสี่ยง การพบแพทย์ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะรักษาตับแข็งและต่อชีวิตของคุณให้ยืนยาวก้าวไปได้นานมากยิ่งขึ้น 

 

ไม่เพียงการรักษาตับแข็งเท่านั้นที่เป็นสิ่งจำเป็น แต่การบำรุงรักษาตับให้แข็งแรงก็จำเป็นไม่แพ้กัน หากอยากรู้วิธีการดูแลตับ คลิกเลย

Open post
วิธีดูแลรักษาตับให้แข็งแรง

4 วิธีดูแลรักษาตับให้แข็งแรง ให้ตับได้พัก ก่อนจะต้องหลับยาว

ตับไม่ใช่เครื่องจักร เราต้องพักตับบ้าง ก่อนที่จะต้องหลับยาว ด้วย วิธีดูแลรักษาตับให้แข็งแรง เพราะแม้ว่าความมหัศจรรย์ของตับ คือ การฟื้นฟูและเยียวยาตัวเอง โดยเซลล์ตับจะมีความสามารถในการแบ่งเซลล์ออกได้ตลอด และหากเซลล์เก่าหมดอายุขัยหรือถูกทำลายไป ก็จะสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนได้เสมอ 

แต่ตับไม่ใช่เครื่องจักรที่จะทนทุกสภาพการใช้งานได้ หากว่าตับต้องทำงานหนักเกินไป จากพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองของตับก็จะค่อย ๆ ถดถอยไป ตับที่เคยแข็งแรงก็เสื่อมสภาพลง ไม่สามารถสร้างและแบ่งเซลล์ใหม่ได้ทัน นำไปสู่อันตรายต่าง ๆ ต่อร่างกายอย่างนับไม่ถ้วน ดังนั้นหากอยากให้อวัยวะสุดแสนวิเศษอย่างตับเคียงคู่อยู่กับร่างกายที่แข็งแรงของเราไปนาน ๆ ต้องงดเว้นเลี่ยงหลีกจากกิจกรรมที่อาจทำร้ายตับโดยที่คุณรู้ตัวและไม่รู้ตัว และหน้าที่ของตับนั้นไม่สามารถหาใครมาแทนที่ได้เลย

โดย วิธีดูแลรักษาตับให้แข็งแรง ทำได้มีดังนี้ 

1.พักดื่ม พักเมา บรรเทาตับเสื่อม

การดื่มสุรา เหล้า เบียร์ ของมึนเมา นั้นส่งผลโดยตรงต่อตับ เพราะหน้าที่ของตับ คือกรองอย่างพิษอย่างแอลกอฮอล์ออกจากเลือด ตับจึงต้องรับบทบาทหน้าที่เพิ่มขึ้น ทำงานหนักเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว อีกทั้งแอลกอฮอล์ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการไขมันพอกตับ ที่อาจนำไปสู่โรคตับแข็ง และมะเร็งตับได้ ดังนั้นวิธีดูแลรักษาตับให้แข็งแรง วิธีแรกคือต้องพักละงดเว้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นานาชนิด

2.พักบุหรี่ เพิ่มสารดี ๆ ให้ตับ

ความอันตรายของบุหรี่นั้นไม่ใช่เพียงแค่ทำลายปอดเท่านั้นนะ แต่อวัยวะอย่างตับก็พลอยได้รับผลกระทบไม่ต่างกันเลย เพราะสารอันตรายที่ปะปนอยู่กับควันบุหรี่เมื่อเข้ามาสู่ร่างกายแล้วจะเข้าไปสู่ตับ ทำให้ตับต้องทำงานหนักขึ้น ในการขับไล่บรรดาสารพิษที่เข้ามา ส่งผลให้ตับไม่สามารถไปช่วยงานส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดีดังเดิม ร่างกายจึงอาจทรุดลงได้ ดังนั้นการพักบุหรี่ แทนที่ด้วยสารดีๆ เข้าร่างกาย จึงเป็นวิธีดูแลรักษาตับให้แข็งแรงอีกทางหนึ่งได้เหมือนกัน

3.นอนหลับ พักตับให้มากพอ 

การพักผ่อนให้เพียงพอ ตอนกลางคืนนั้นเป็นช่วงที่ทุกส่วนของร่างกายต้องพักผ่อนและฟื้นฟูตัวเองจากการทำงานหนักมาทั้งวัน และตับก็เป็นหนึ่งในนั้น หากเราอดหลับอดนอนบ่อย ๆ เท่ากับว่าตับจะต้องทำงานตลอดเวลา ขาดการฟื้นฟูตัวเอง อีกทั้งการอดนอนนั้นมีส่วนทำให้ความสามารถในการขับสารพิษของตับลดน้อยถอยลง สารพิษจึงอาจเข้าไปทำลายส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ 

4. วิธีดูแลรักษาตับให้แข็งแรง ด้วยการบอกลาบรรดายาต่างๆ

ยาและอาหารเสริมต่าง ๆ จะถูกดูดซึมโดยตับ หากตับต้องดูดซึมสารเหล่านี้บ่อยครั้งเข้า ย่อมทำให้ตับทำงานหนักขึ้น และตับมีหน้าที่ขับยาส่วนเกินที่เหลือออกจากร่างกาย หากไม่สามารถขับได้หมด ก็มีโอกาสที่ตับสุดที่รักของเราจะเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร อาจจะนำไปสู่อันตรายต่อระบบของร่างกายในด้านอื่น ๆ ที่เราคาดไม่ถึงได้ ดังนั้นควรทานยาเฉพาะตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ไม่ควรเดาโรคและซื้อยามาทานเอง และหลีกเลี่ยงอาหารเสริมที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย ก็เป็นวิธีดูแลรักษาตับให้แข็งแรงได้เช่นกัน

วิธีดูแลรักษาตับให้แข็งแรง จากอาหารเสริมบำรุงตับ

อาร์ติโชค (Artihoke) ราชาการบำรุงตับ 

อาร์ติโชค  (Artichoke) คือพืชที่ได้รับการยกย่องจากหลายๆ สถาบันวิจัยว่าเป็นราชาแห่งการบำรุงตับ มีความสามารถทั้งลดการอักเสบ ป้องกันการอักเสบ ลดไขมันพอกตับ และยังส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของตับ โดยมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences มหาวิทยาลัยการแพทย์ในประเทศโปแลนด์ ยืนยันว่า Artichoke มีความสามารถในการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับ แถมยังช่วยลดและป้องกันการอักเสบที่อาจเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้ง การดื่มแอลกอฮอล์ การกินอาหารประเภทไขมันมาก ๆ การได้รับสารอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีความสามารถในการช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันเลือดไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย 

LIVPRO อาหารบำรุงตับ จากธรรมชาติ

LIVPRO เป็นอาหารเสริมบำรุงตับที่ช่วยลดปัญหาอาการตับอักเสบ ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND ที่มีส่วนผสมของ ราชาการบำรุงตับอย่าง อาร์ติโชค (Artichoke) และสุดยอดสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย  

 

Posts navigation

1 2
Scroll to top