Open post
บำรุงตับ

บำรุงตับ ทางออกของโรคตับ  ก่อนจะอันตรายทั่วร่างกาย

ด้วยหน้าที่ของตับ เป็นหน้าที่ที่ไม่มีใครแทนได้ เชื่อมโยงกับหลายระบบของร่างกาย มันจึงถือว่าเป็นหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญที่สุดในร่างกาย การ บำรุงตับ ให้หายจากโรคตับ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะหากปล่อยทิ้งไว้มันอาจกระทบระบบอื่นๆ และอาจอันตรายถึงชีวิตได้เลย 

บำรุงตับ ก่อนระบบย่อยอาหารจะพัง 

ตับมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบย่อยอาหาร เพราะทำหน้าที่เป็นนายทุนผลิตน้ำดี เพื่อไปย่อยอาหารประเภทไขมันในลำไส้เล็ก หากว่าตับมีปัญหาเกิดขึ้น แล้วไม่ได้บำรุงตับ ระบบย่อยอาหารของคุณก็เตรียมรับศึกหนักได้เลย เพราะเมื่อการผลิตน้ำดีมีปัญหา ไขมันไม่ถูกย่อย มันจะส่งผลโดยตรงในการย่อยอาหารประเภทอื่นๆ จนอาจเกิดปัญหาใหญ่ที่ระบบย่อยอาหารตามมาได้เลย 

บำรุงตับ ก่อนร่างกายจะไม่มีพลังงานหล่อเลี้ยง 

อีกหนึ่งหน้าที่สำคัญของตับ คือ การสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นเขื่อนยักษ์ของร่างกาย เขื่อนมีความสำคัญกับเกษตรกรฉันใด ตับก็มีความสำคัญต่อร่างกายฉันนั้น เพราะตับทำหน้าที่เป็นแหล่งสะสมพลังงานเอาไว้ให้ร่างกายใช้ในยามจำเป็น และตับก็ทำหน้ที่แปลงสารอาหารที่ได้จากการย่อย ให้อยู่ในสถานะที่เซลล์ของร่างกายต้องการด้วย  และแน่นอนว่าหากโรคตับถามหา แล้วไม่บำรุงตับให้ดี ร่างกายอาจจะต้องอ่อนเพลียขาดพลังงานหลัก และพลังงานสำรองไปหล่อเลี้ยงได้เลย

บำรุงตับ ป้องกันสารพิษทำลายอวัยวะอื่น

ตับเป็นอวัยวะที่เลือดทั้งร่างกายต้องไหลผ่าน ซึ่งตับจะทำหน้าที่เสมือนด่านคัดครองว่าจะอนุญาตให้สารใดสามารถผ่านไปพร้อมกับเลือด หรือสารใดต้องถูกทำลายทิ้ง หากตับพบว่าสารพิษเป็นอันตรายต่อร่างกาย ตับจะแสดงตัวทำการดูดซับและจับกุมสารพิษเหล่านั้นไว้ แต่เมื่อโรคตับเกิดขึ้น ส่งผลให้ตับอาจกำจัดสารพิษได้ไม่ดี ซึ่งสารพิษเหล่านั้นมันอาจเข้าไปทำลายอวัยวะอื่น ๆ เช่น สมอง และไต เป็นต้น

บำรุงตับ ก่อนจะลงเอยด้วย ตับแข็ง มะเร็งตับ 

การบำรุงตับ ให้ไกบห่างจากโรคตับ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะโรคตับทุกโรค ทั้งไขมันพอกตับ ตับอักเสบ ไวรัสตับอักเสบ หากไม่รักษาให้ดีแล้วล่ะก็ มันมีโอกาสสูงที่จะดำดิ่งลงไปสู่โรคร้ายปลายทางเดียวกันอย่าง ตับแข็ง และมะเร็งตับได้เลย ซึ่งเป็นโรคที่แทบจะรักษาให้ดีขึ้นไม่ได้ มีแต่ทรงตัว และแย่ลงเรื่อยๆ 

บำรุงตับจากสาเหตุ 

เพราะฉะนั้นก่อนที่จะได้รับอันตรายจากตับแข็งและมะเร็งตับ จำเป็นต้องบำรุงตับให้ดีขึ้นจากโรคตับ และ วิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการรักษาจากสาเหตุ นั่นเอง 

1.หากเกิดขึ้นจากการกินมาก ก็เพียงแค่ปรับวิธีการกิน ปรับสัดส่วนอาหาร งเดว้น อาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน 

2.หากเกิดจากการดื่มสุรา ก็ลดละเลิกแอลกอฮอล์ไป เพียงเท่านี้ตับก็จะฟื้นฟูตัวเองได้

3.หากเกิดจากน้ำตาลในเลือดสูง เบาหวาน สิ่งที่ต้องทำคือ การรักษาระดับน้ำตาลในเลือดอยู่เสมอ ออกกำลังกายเป็นประจำให้น้ำตาลลดลง

4.หากเกิดจากไวรัสตับอักเสบ จำเป็นต้องควบคุมค่าตับอักเสบอยู่ตลอด ปรึกษาแพทย์ควบคู่กันไปด้วย 

5.หากเกิดจากยา หรือการได้รับสารพิษบางอย่าง ก็จำเป็นต้องเลิกกินยาที่ส่งผลอันตรายต่อตับ และปรึกษาแพทย์ไปพร้อมๆกัน 

กลุ่มเสี่ยงที่จำเป็นต้องดูแลบำรุงตับ มากเป็นพิเศษ 

  • น้ำหนักเกินเกณฑ์
  • เป็นเบาหวาน
  • เป็นโรคอ้วน
  • น้ำตาลและไขมันในเลือดสูง
  • ดื่มสุราเป็นประจำ
  • ได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ 
  • กินอาหารในปริมาณมากๆ มาเป็นเวลานาน 

Artichoke สมุนไพร ปกป้องฟื้นฟูตับ

อาร์ติโชค  (Artichoke) คือพืชที่ได้รับการยกย่องจากหลายๆ สถาบันวิจัยว่าเป็นราชาแห่งการบำรุงตับ มีความสามารถทั้งลดการอักเสบ ป้องกันการอักเสบ ลดไขมันพอกตับ และยังส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของตับ 

โดยมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences มหาวิทยาลัยการแพทย์ในประเทศโปแลนด์ ยืนยันว่า Artichoke มีความสามารถในการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับแถมยังช่วยลดและป้องกันการอักเสบที่อาจเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้ง การดื่มแอลกอฮอล์ การกินอาหารประเภทไขมันมาก ๆ การได้รับสารอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีความสามารถในการช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันเลือดไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย 

LIVPRO อาหารบำรุงตับ จากธรรมชาติ

LIVPRO เป็นอาหารเสริมบำรุงตับที่ช่วยบำรุงตับอย่างสมบูรณ์ครบถ้วน ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND มีส่วนผสมของ ราชาการบำรุงตับอย่าง อาร์ติโชค (Artichoke) และสุดยอดสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย  

Open post
 อาร์ติโชค

อาร์ติโชค (Articoke) ลดไขมันพอกตับ ป้องกันโรคตับ ลดน้ำตาลและไขมันในเลือด 

อาร์ติโชค (Artichoke) คือ พืชที่ได้รับการยกย่องจากหลายสถาบันวิจัยว่า เป็นราชาแห่งการบำรุงตับ เพราะมันคือพืชมหัศจรรย์ที่มีความสามารถในการดูแลตับอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันการอักเสบ การลดการอักเสบ การลดไขมันพอกตับ และยังช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานอของตับได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

สุดยอดประโยชน์ อาร์ติโชค 

1. อาร์ติโชค ช่วยลดตับอักเสบของตับ 

การอักเสบที่ตับนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น จากการอื่มแอลกอฮอล์ จากโรคไขมันพอกตับ จากเชื้อไวรัสตับอักเสบ หรือจากอนุมูลอิสระที่เข้ามาทำร้ายตับ ซึ่งการอักเสบนี้หากปล่อยให้รุนแรงและลุกลามไปเรื่อยๆ ก็เป็นหนึ่งในต้นตอของโรคตับแข็งและมะเร็งตับได้เลย แต่ราชาการบำรุงตับอย่างอาร์ติโชค มีความสามารถในการลดการอักเสบที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับ และตับแข็งไปในตัวได้อีกด้วย 

2.ลดไขมันที่สะสมในตับ 

โรคไขมันพอกตับเป็นโรคที่เกิดขึ้นง่าย ใกล้ตัว คนไทยเป็นมากกว่า40% ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่รักษา มันอาจบานปลายถึงขั้นตับแข็ง และมะเร็งตับได้เช่นกัน อีกทั้งมันยังเป็นโณคที่ส่งผลให้การทำงานของตับต่ำลงด้วยโดยอาร์ติโชค มีความสามารถในการลดไขมันพอกตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่ช่วยลดปัญฆาโรคตับที่อาจจะตามมา แต่ยังทำให้ตับทำงานได้เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็นด้วย 

3.เสริมสร้างการผลิตน้ำดีของตับ 

อาร์ติโชคสุดยอดพืชบำรุงตับชนิดนี้ ยังมีความสามารถในการเสริมสร้างการผลิตน้ำดีที่ตับ ช่วยไปกระตุ้นให้ตับสร้างน้ำดีได้ในปริมาณที่มากขึ้นและมีคุณภาพมากขึ้น โดยน้ำดีเหล่านี้จะไปช่วยย่อยไขมัน ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานดียิ่งขึ้น ระบบขับถ่ายดีขึ้น การรับพลังงานในร่างกายดีขึ้น สุขภาพโดยรวมก็ดีขึ้นตามไปด้วย 

4.มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระในระดับสูง 

การต้านทานอนุมูลอิสระที่จะเข้ามาทำลายตับและอวัยวะอื่นๆ คือ คืออีกหนึ่งความสามารถอันน่าทึ่งของอาร์ติโชค มันจะทำหน้าที่เหมือนผู้พิทักษ์ปกป้องตับ และร่างกายส่วนอื่นๆ ไม่ให้เกิดการอักเสบขึ้น เสมือนเป็นตัวช่วยที่จะปกป้องตับได้ให้สมบูรณ์อยู่ตลอดเวลาได้

5.อาร์ติโชค ลดสารก่อภาวะดีซ่าน

สารบิลิรูบิน คือ สารเหลืองที่เกิดจากกระบวนการสลายฮีโมโกลบินของเม็ดเลือด ซึ่งหากร่างกายได้รับมากเกินไปไม่ถูกทำลาย มันจะเอ่อล้นส่งผลกระทบไปทั่วร่างกาย เกิดอาการตัวเหลือง ตาเหลืองตามมาได้ แต่ Artichoke จะประสานการทำงานกับตับ ในการกำจัดเจ้าสารก่อดีซ่านตัวนี้ให้ออกไปพร้อมน้ำดี ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะดีซ่านได้

6.ปรับสมดุลลำไส้ 

ประโยชน์ต่อลำไส้และระบบย่อยอาหาร ของอาร์ติโชคไม่เพียงช่วยสร้างน้ำดีในการย่อยไขมันแล้ว แต่มันยังอัดแน่นอุดมไปด้วย อินูลิน prebiotic ที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์ในลำไส้ ช่วยปรับสภาพลำไส้ให้ทำงานได้ดีขึ้น ปรับสมดุลของลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายดำเนินไปได้ด้วยดี

6.ลดไขมันและน้ำตาลในเลือด 

ไขมันและน้ำตาลในเลือดนั้น หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคไต หัวใจขาดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาตย์ โรคตับ และโรคร้ายอีกนับไม่ถ้วนก็สามารถมาเยี่ยมเยียนคุณได้เลย ซึ่งความพิเศษของอาร์ติโชค คือมันยังสามารถลดได้ทั้งระดับน้ำตาลในเลือด และระดับไขมันในเลือด ในกลับมาอยู่ในภาวะสมดุล ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคร้ายที่จ้องจะเล่นงานเราได้เช่นกัน 

งานวิจัย ยืนยันสรรพคุณของ อาร์ติโชค 

1.งานวิจัย ยืนยันว่าอาร์ติโชค ช่วยลดไขมันพอกตับได้ 

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งชาติโดเนตส์ ประเทศยูเครน ได้ศึกษาและค้นพบว่า หากว่ากินอาร์ติโชคติดต่อกันเป็นประจำ จะช่วยลดไขมันที่พอกอยู่ในตับได้ ซึ่งไขมันพอกตับนี้เป็นต้นเหตุของโรคร้ายแรงอย่างตับแข็ง และมะเร็งตับ อีกทั้งอาร์ติโชคยังช่วยลดการอักเสบของตับได้อีกด้วย 

2.งานวิจัย ยืนยันว่าอาร์ติโชค ช่วยการอักเสบของตับได้ 

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences ในประเทศโปแลนด์ ได้ศึกษาและยืนยันว่าอาร์ติโชคสามารถช่วยลดการอักเสบของตับจากพฤติกรรมต่างๆ ได้ เช่น จากไขมันพอกตับ จากการกินยา จากแอลกอฮอล์ เป็นต้น และยังช่วยป้องกันการอักเสบที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกเหมือนกัน

เรื่องเล่า 3,000 ปี ของ อาร์ติโชค พืชมหัศจรรย์

อาร์ติโชคมีต้นกำเนิดอยู่แถวทะเลเมดิเตอเรเนียน ระยะเวลากว่า 30ศตวรรษ หรือมากกว่า 3,000 ปี ที่อาร์ติโชคถูกค้นพบและใช้ทั้งเป็นอาหารและใช้เป็นยา มันจึงเป็นพืชที่ผ่านหน้าประวัติศาสตร์โลกมาหลายอารยธรรม ไม่ว่าจะเป็น กรีก โรมัน และอียิปต์โบราณ โดยเป็นพืชที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ และอัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งวิตามินซี ไฟเบอร์ อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก และอื่นๆ อีกมากมาย 

แต่ในปัจจุบัน ด้วยความสามารถที่เพิ่มมากขึ้นของมนุษย์ ผนวกกับชื่อเสียงและสรรพคุณของอาร์ติโชคที่เริ่มแพร่สะพัดไปทั่ว ทำให้มันกลายเป็นพืชที่พบไปในพื้นที่หนาวเย็นหลายที่ เช่น ทางตอนใต้ของยุโรป ทางตอนเหนือของแอฟฟริกา อเมริกาเหนือ เป็นต้น

LIVPRO อาหารเสริมบำรุงตับ 

LIVPRO ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงตับ ภายใต้การผลิตของบริษัท Sergis มีส่วนประกอบหลักคืออาร์ติโชค (Artichoke) ราชาแห่งการบำรุงตับ และยังมีส่วนผสมของพืชสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion Root, Termuric Ginger Greentea เป็นต้น มีสรรพคุณดังนี้ 

สรรพคุณ LIVPRO

  • อุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์
  • ต้านอนุมูลอิสระที่สูงเป็นลำดับต้น ๆ ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง
  • ปกป้องตับ ดูแลสุขภาพตับ detox ตับ 
  • ช่วยชะล้างพิษที่คั่งค้างอยู่ในตับ
  • แก้ภาวะตับอักเสบ ภาวะตับถูกทำลาย 
  • ลดไขมันพอกตับ เสริมการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ของตับ 
  • เพิ่มการสร้างน้ำดี ช่วยจะช่วยขจัดสารที่เป็นพิษต่อตับ และช่วยระบบย่อยอาหาร
  • เพิ่มระบบไหลเวียนเลือดในตับ
  • ลดสารบิลลิรูบิน ต้นเหตุของภาวะดีซ่าน

หากสนใจ LIVPRO อาหารเสริมบำรุงตับ ที่มีส่วนผสมของอาร์ติโชค(Artichoke) คลิกเลย 

Open post
ตับอักเสบเรื้อรัง

ตับอักเสบเรื้อรัง ต้องดูแลให้ดี ก่อนที่จะแย่ด้วยโรคตับแข็ง มะเร็งตับ

ตับอักเสบเรื้อรัง หากไม่ได้รับการรักษา หรือดูแลให้ดี มันอาจจะอันตรายลุกลามร้ายแรงถึงขั้นตับแข็ง หรือมีโอกาสโชคร้ายด้วยมะเร็งตับได้เลย 

นั่นเป็นเพราะตับมีความสามารถพิเศษสุดน่าทึ่งอย่างหนึ่งคือ ความสามารถในการงอกเซลล์ใหม่ ทำให้เมื่อตับเกิดอาการอักเสบขึ้น มันจะทำลายเซลล์ที่อักเสบนั้นทิ้งแล้วสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทนที่ แต่ในขณะเดียวกันผลจากการทำลายเซลล์นั้นมันจะทิ้งซากฝากรอยแผลเป็นไว้ด้วย

ตับอักเสบเรื้อรังอาจกลายเป็นตับแข็ง และมะเร็งตับ 

แต่การอักเสบเรื้อรัง ที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้ตับต้องทำลายเซลล์อักเสบแล้วสร้างใหม่อยู่บ่อย ๆ กระทั่งเนื้อตับที่เนียนเรียบต้องถูกเนื้อแผลเป็นจำนวนมากเข้ามาบดบังแทน จนกลายเป็นพังผืดแทนที่เนื้อ เลือดไม่สามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงตับได้ดี ซึ่งอาจนำไปสู่โรคตับแข็ง และมะเร็งตับได้ 

สาเหตุ ตับอักเสบเรื้อรัง

ตับอักเสบเรื้อรังสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การที่ร่างกายไม่สามารถทำลายเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี และ ซี ได้ หรืออาจเกิดได้จากปัจจัยต่าง ๆ ที่มันดันเข้าไปแทรกแซงการทำงานของตับ และกระตุ้นให้เกิดการอักเสบที่ตับ เช่น ไขมันพอกตับ การดื่มสุรา เป็นต้น 

1.ตับอักเสบเรื้อรังจากไวรัส 

แม้ว่าเชื้อไวรัสตับอักเสบจะมีมากมายหลายชนิดด้วยกัน แต่มันจะมีเพียง ไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี เท่านั้น ที่สามารถทำให้ตับอักเสบเรื้อรังยังคงอยู่กับเรา ซึ่งทั้งไวรัสบีและซีนี้ เป็นเชื้อไวรัสที่ไม่ได้ติดต่อทางน้ำลายอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นเชื้อติดต่อกันทางเลือด น้ำเหลือง สารคัดหลั่ง น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด น้ำนม เท่านั้น 

ไวรัสตับอักเสบบี เป็นโรคที่ถูกพูดถึงบ่อยมาก นั่นเป็นเพราะจำนวนพาหะของโรคนี้มีปริมาณมากสูงถึง 7% ของประชากรไทย หรือราว ๆ 5 ล้านคน แต่โชคดีอย่างคือคนส่วนใหญ่ที่ได้รับเชื้อไวรัสบีนี้สามารถหายเองได้ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน แต่จะมีผู้โชคร้ายเพียง 5% เท่านั้น ที่ร่างกายไม่สามารถสู้และต้านทานไวรัสได้ ต้องกลายเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังไป

ไวรัสตับอักเสบซี แม้จะไม่พบบ่อยเท่ากับไวรัสตับอักเสบบี แต่ก็สามารถทำให้เกิดตับอักเสบเรื้อรังด้วยเช่นกัน แถมยังเมื่อติดไวรัสซีแล้วยังมีโอกาสถึง 80% ที่ต้องกลายเป็นผู้ป่วยตับอักเสบเรื้อรัง และจะมีเพียง 20% เท่านั้นที่ร่างกายสามารถฟื้นฟูเยียวยาให้หายจากไวรัสตับอักเสบซีชนิดนี้ 

2.ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ 

แอลกอฮอล์เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดตับอักเสบเรื้อรัง นั่นเพราะมันมีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์ตับ อีกทั้งตับต้องทำงานอย่างหนักในการขับดูดซับแอลกอฮอล์ออกมาจากเลือด และทำลายทิ้งออกไปจากร่างกาย แน่นอนว่าการทำงานหนักของตับย่อมทำให้ตับอักเสบ ดังนั้นการดื่มแอลกอฮอล์อย่างไม่หยุดพัก โรคตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ว มะเร็งตับ อาจจะตามมาถามหาได้ในไม่ช้า 

3.ตับอักเสบเรื้อรัง จากไขมันพอกตับ 

โรคไขมันพอกตับ เกิดจากการที่ร่างกายเราได้รับสารอาหารเข้าไป เมื่อสารอาหารถูกใช้ไม่หมด มันจะถูกนำมาเก็บรักษาไว้ที่ตับเพื่อใช้เป็นพลังงานสำรองในรูปของ ไกลโคเจน(น้ำตาลกลูโคส) และไตรกลีเซอร์ไรด์(ไขมัน)  แต่หากพลังงานนั้นไม่ถูกนำไปใช้และเรายังคงกินเยอะเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ตับก็ต้องมีวันเต็มกลายเป็นโรคไขมันพอกตับ  มันจึงต้องทำลายเซลล์ที่ถูกไขมันมาเบียดแทรกทิ้ง และการทำลายทิ้งนี่แหละที่ทำให้เกิดการอักเสบ ตราบใดก็ตามที่ไขมันและไกลโคเจนไม่ถูกจำกัดออกไป ตับก็ต้องเกิดการอักเสบไปอย่างต่อเนื่อง เป็นตับอักเสบเรื้อรัง

ตับอักเสบเรื้อรัง ที่ไม่ค่อยแสดงอาการ 

โรคที่เกี่ยวข้องกับตับหลาย ๆ โรคนั้นมักจะไม่ค่อยแสดงอาการให้เห็นเท่าไหร่นัก กว่าจะเผยตัวออกมาตับก็ถูกทำลายไปเสียจนแทบไม่เหลือชิ้นดีแล้ว ตับอักเสบก็เช่นกัน กว่าหลาย ๆ คนจะรู้ตัวว่ามันกำลังคืบคลานเข้ามา ตับก็เกิดการอักเสบรุนแรง หรือเป็นระยะท้ายๆ แล้ว 

อาการของ ตับอักเสบเรื้อรัง

แม้ตับอักเสบมักไม่ค่อยแสดงอาการ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถสังเกตุได้เลย  โดยอาการของตับอักเสบเรื้อรังที่มักพบมีดังนี้ 

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไร้เรี่ยวแรง  
  • ปวดท้องใต้ชายโครงขวา 
  • คลื่นไส้ วิงเวียน อยากอาเจียนบ่อย ๆ 
  • น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ
  • ปัสสาวะมีสีเข้มจัด แต่อุจาระกลับมีสีซีด 
  • ร่างกายเริ่มมีสีเหลือจากภาวะตัวเหลืองตาเหลือง มึนงง สับสน คิดอะไรก็ไม่ออก

การดูแล รักษา ตับอักเสบเรื้อรัง 

การดูแลรักษาฟื้นฟูตับจากการอักเสบเรื้อรังนั้น ต้องดูให้ชัดเจนก่อนว่าสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่

ถ้ามาจากไวรัสตับอักเสบก็ควรดูแลค่าตับ และปฏิบัติตามที่หมอสั่ง 

ถ้ามาจากการดื่มแอลกอฮอล์ จำเป็นต้องเลิกดื่ม

ถ้ามาจากโรคไขมันพอกตับ ก็เพียงแค่เลือกกินของดี ๆ กินในปริมาณที่เหมาะสมไม่กินเยอะ พยายามหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน และแป้ง รวมไปถึงต้องออกกำลังกายให้ร่างกายได้นำพลังงานสำรองออกมาใช้ด้วย 

อาร์ติโชค (Artihoke) ช่วยลดตับอักเสบ

อาร์ติโชค  (Artichoke) คือพืชที่ได้รับการยกย่องจากหลายๆ สถาบันวิจัยว่าเป็นราชาแห่งการบำรุงตับ มีความสามารถทั้งลดการอักเสบ ป้องกันการอักเสบ ลดไขมันพอกตับ และยังส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของตับ โดยมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences มหาวิทยาลัยการแพทย์ในประเทศโปแลนด์ ยืนยันว่า Artichoke มีความสามารถในการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับ แถมยังช่วยลดและป้องกันการอักเสบที่อาจเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้ง การดื่มแอลกอฮอล์ การกินอาหารประเภทไขมันมาก ๆ การได้รับสารอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีความสามารถในการช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันเลือดไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย 

LIVPRO อาหารบำรุงตับ จากธรรมชาติ

LIVPRO เป็นอาหารเสริมบำรุงตับที่ช่วยลดปัญหาอาการตับอักเสบ ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND ที่มีส่วนผสมของ ราชาการบำรุงตับอย่าง อาร์ติโชค (Artichoke) และสุดยอดสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย  

Open post
ตับอักเสบ

ตับอักเสบ บาดเจ็บทุกระบบ สร้างผลกระทบทั่วร่างกาย

ตับอักเสบ เป็นภาวะที่เกิดการอักเสบเจ็บขึ้นบริเวณตับ เกิดขึ้นได้ทั้งจากการได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบ และเกิดได้จากพฤติกรรมที่ไม่ค่อยดีต่อตับ ตับที่เกิดการอักเสบเกิดความเสียหายต่อหลาย ๆ ระบบในร่างกายตามมา อีกทั้งหากปล่อยปะละเลยไม่รีบรักษากอาการอักเสบที่ตับนี้มันอาจจะรุนแรงจนกลายเป็นตับแข็ง และมะเร็งตับได้ในท้ายที่สุด 

อาการ ตับอักเสบ 

ปกติแล้วอาการของตับอักเสบนั้นอาจไม่ได้โหดร้ายรุนแรงอะไรมากนัก โดยก็จะมี เช่น รู้สึกเหนื่อยง่ายหายช้า ปวดท้องแถบชายโครงขวา อาหารไม่ย่อย ท้องอืด เป็นไข้ ปวดข้อ เมื่อยตัว บางรายที่เป็นมากอาจมีภาวะดีซ่านตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเข้มจัด อุจจาระซีดเซียว แต่หากปล่อยไว้ ไม่รักษาให้หายแล้วล่ะก็ มีโอกาสที่มันจะพัฒนากลายเป็นตับอักเสบแบบเรื้อรัง ซึ่งมีโอกาสที่จะกลายเป็นตับแข็ง มะเร็งตับได้ 

นั่นเป็นเพราะตับมีคุณสมบติพิเศษอย่างหนึ่ง คือเป็นอวัยวะเดียวในร่างกายที่สามารถงอกเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์เก่าที่ตายแล้วได้ตลอด เมื่อเนื้อเยื่อหรือเซลล์ตับเกิดการอักเสบขึ้น ตับจึงต้องทำการทำลายเซลล์นั้นทิ้ง แล้วให้เซลล์ใหม่ผุดขึ้นมาแทน แต่การเกิดใหม่นั้นมันมักจะมาพร้อมกับรอยแผลเป็นที่ประสานเนื้อเก่าและเนื้อใหม่เข้าด้วยกัน และหากเกิดการอักเสบบ่อย ๆ แผลเป็นจะขยายวงกว้างขึ้นลุกลามมาเป็นพังผืด และอาจจะกลายเป็นตับแข็งต่อไปได้

สาเหตุของอาการ ตับอักเสบ 

1.ตับอักเสบจากเชื้อไวรัสตับอักเสบ

โดยเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยในประเทศไทยจะเป็นเชื้อไวรัสชนิดเอ และชนิดบี ส่วนเชื้อไวรัสที่สามารถกลายไปเป็นตับอักเสบเรื้อรังได้จะมีเพียง ชนิดบี และ ชนิดซี เท่านั้น 

  • ไวรัสตับอักเสบเอ จะติดต่อกันผ่านทางการดื่มน้ำ กินอาหารที่ปนเปื้อนไวรัสชนิดเอซึ่งอาจจะมาจากอุจจาระของพาหะ 
  • ไวรัสตับอักเสบบี และซี จะติดต่อกันผ่านทางเลือด แม่สู่ลูก เพศสัมพันธ์ และน้ำเหลือง เท่านั้น ไม่ติดต่อทางการกิน
  • ไวรัสตับอักเสบดี เป็นไวรัสที่เรียกได้ว่ารุนแรงที่สุด แต่พบได้น้อยมาก และจะติดได้ในเฉพาะคนที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่แล้วเท่านั้น
  • ไวรัสตับอักเสบอี ไม่ค่อยมีให้พบ แต่ก็สามารถติดต่อได้ทางการดื่มน้ำ กินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคไวรัสอยู่  

2.ตับอักเสบจากการดื่มสุรา 

สุราแอลกอฮอล์นั้นถือเป็นคู่อริตัวร้ายที่สุดของตับเลยก็ว่าได้ เพราะตับจำเป็นต้องทำงานอย่างหนักเพื่อดูดซับและกำจัดแอลกอฮอล์ออกไปจากเลือด ยิ่งแอลกอฮอล์มากเท่าไหร่ ตับก็ยิ่งมีโอกาสทำงานหนักและอักเสบมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดื่มแอลกอฮอล์ไม่หยุดหย่อนนั้นยิ่งมีโอกาสทำให้เป็นตับอักเสบเรื้อรังและพัฒนาไปเป็นตับแข็ง มะเร็งตับได้ในที่สุด 

3.ตับอักเสบจากไขมันพอกตับ 

 หนึ่งในหน้าที่สุดสำคัญของตับ คือ การสะสมสารอาหารประเภทไขมัน และไกลโคเจนไว้เป็นพลังงานสำรอง แต่หากยิ่งกินเยอะเท่าไหร่ นั่นแสดงว่ายิ่งมีโอกาสที่ตับจะสะสมไว้เยอะเกินไป ยิ่งมีโอกาสเป็นโรคไขมันพอกตับมากเท่านั้น ซึ่งหากว่าไขมันมันมาเบียดแทรกเซลล์ตับมาก ทำให้เกิดการอักเสบที่ตับ ส่งผลต่อทำงานหน้าที่โดยรวมของตับไปด้วย 

4.ตับอักเสบจากการกินยามากเกินไป  

ภาระหน้าที่อีกหนึ่งอย่างของตับคือการกำจัดไล่ขับยาและสารพิษที่หากร่างกายเราได้รับมากแล้วจะเป็นอันตรายออกไป ซึ่งการทานยาที่มีส่วนผสมของพาราเซตสมอนเข้าไปมาก ๆ ร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ได้หมด จากยาที่เคยรักษาอาการปวด มันจะกลับมาเป็นปฏิปักษ์กับร่างกายในทันที ตับเลยรับหน้าที่นำพาเจ้ายาพวกนี้ออกไปจากร่างกาย และหากได้รับบ่อยครั้งเข้าตับอักเสบ และเสื่อมสภาพการใช้งานอาจตามมาในไม่ช้า 

ผลกระทบต่อร่างกายจาก ตับอักเสบ 

เมื่อตับอักเสบขึ้น นั่นแปลว่าประสิทธิภาพการทำงานต่าง ๆ ของตับต้องตกต่ำลงไปด้วย เนื่องจากมันต้องฟื้นฟูรักษาตัวเองไปพร้อมกับการทำหน้าที่ ทำให้มีผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ดังนี้

  1. ส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหารเพราะผลิตน้ำดีได้น้อยกว่าเดิม
  2. ส่งผลกระทบต่อการใช้พลังงานและการเก็บพลังงานสำรองในร่างกาย
  3. ส่งผลกระทบต่อการกำจัดสารพิษออกไปนอกร่างกาย
  4. ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันการป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ 
  5. ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด 

การรักษา ตับอักเสบ 

หากว่าต้องประสบกับการเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ห้ามปล่อยปะละเลยเป็นอันขาด เพราะแม้บางครั้งอาการมันอาจยังไม่แสดงออกมาก แต่ตับมันก็ยังอักเสบและถูกทำร้ายอยู่ตลอด ดังนั้นแล้วจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุเช่น การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส หรือหารทานยาต้านไวรัสตับอักเสบชนิดต่าง ๆ การงดเว้นจากการดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายและกินในปริมาณที่เหมาะสม และกินยาในปริมาณที่พาเหมาะ เป็นต้น นอกจากนี้แล้วควรทานยา และอาหารเสริมบำรุงตับอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ค่าตับอักเสบมากขึ้น และไม่ให้เกิดการอักเสบรุนแรงตามมา 

อาร์ติโชค (Artihoke) ช่วยลดตับอักเสบ

อาร์ติโชค  (Artichoke) คือพืชที่ได้รับการยกย่องจากหลายๆ สถาบันวิจัยว่าเป็นราชาแห่งการบำรุงตับ มีความสามารถทั้งลดการอักเสบ ป้องกันการอักเสบ ลดไขมันพอกตับ และยังส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของตับ โดยมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences มหาวิทยาลัยการแพทย์ในประเทศโปแลนด์ ยืนยันว่า Artichoke มีความสามารถในการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับ แถมยังช่วยลดและป้องกันการอักเสบที่อาจเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้ง การดื่มแอลกอฮอล์ การกินอาหารประเภทไขมันมาก ๆ การได้รับสารอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีความสามารถในการช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันเลือดไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย 

LIVPRO อาหารบำรุงตับ จากธรรมชาติ

LIVPRO เป็นอาหารเสริมบำรุงตับที่ช่วยลดปัญหาอาการตับอักเสบ ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND ที่มีส่วนผสมของ ราชาการบำรุงตับอย่าง อาร์ติโชค (Artichoke) และสุดยอดสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย  

Open post
อาหารบำรุงตับ

อาหารบำรุงตับ มหัศจรรย์ 5 ชนิด ป้องกันตับมีปัญหา และช่วยรักษาให้กลับมาแข็งแรง

ตับ เป็นอวัยวะ ที่มีความสัมพันธ์กับแทบทุกระบบในร่างกาย ทั้งระบบไหลเวียนเลือด ระบบย่อยอาหาร ขับถ่าย การกำจัดสารพิษ หรือจะเป็นการใช้และสะสมพลังงานของร่างกาย เป็นต้น เพราะฉะนั้นแล้วการดูแลตับจึงเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยวันนี้เราจึงอยากจะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักถึง อาหารบำรุงตับ ที่จะช่วยตับกลับมาแข็งแรงและส่งผลต่อร่างกายทุกระบบอีกด้วย 

1. Artichoke อาหารบำรุงตับ ที่ดีที่สุด

Artichoke เป็นพืชที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น ราชาแห่ง อาหารบำรุงตับ อาร์ติโชค เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ในเฉพาะพื้นที่หนาวเย็นเท่านั้น ทำให้มันพบได้มากในทวีปยุโรปตอนใต้ อเมริกาเหนือ แอฟฟริกาเหนือ และแถบทะเลเมดิเตอเรเนียน เป็นต้น ความมหัศจรรย์ของมันคือ มีสรรพคุณที่ยอดเยี่ยมต่อตับ ทั้งการบำรุงตับให้สมบูรณ์เต็มประสิทธิภาพ การรักษาฟื้นฟูจากโรคตับต่าง ๆ  และมีฤทธิ์การป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระที่จะเข้ามาทำร้ายตับได้ในระดับสูง โดยมีงานวิจัยจากหลาย ๆ มหาวิทยาลัยทั่วโลก ที่ช่วยยืนยันถึงความสุดยอดของสมุนไพรบำรุงตับ ที่มีชื่อว่า Artichoke เช่น

งานวิจัยของ Artichoke

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences มหาวิทยาลัยการแพทย์ในประเทศโปแลนด์ ยืนยันว่า Artichoke มีความสามารถในการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับ แถมยังช่วยลดและป้องกันการอักเสบที่อาจเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้ง การดื่มแอลกอฮอล์ การกินอาหารประเภทไขมันมาก ๆ การได้รับสารอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีความสามารถในการช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันเลือดไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย 

หรืองานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งชาติโดเนตส์ ประเทศยูเครน ที่ยืนยันว่า การกินอาร์ติโชคบำรุงตับเป็นระยะเวลา 2 เดือน สามารถลดอาการไขมันพอกตับที่ไม่ได้มาจากการดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งยังมีความสามารถในการลดและต้านทานความอักเสบได้เป็นอย่างดี 

2. Dandelion Root 

แม้ว่าชื่องของสมุนไพรบำรุงตับอย่าง Dandelion root นี้อาจจะไม่ค่อยผ่านหูคนไทยสักเท่าไหร่ แต่สรรคุณต่อตับของมันนั้นถูกจัดไว้ในระดับสูง เพราะมันทั้งช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ของตับ ทำให้ตับกลับมาอยู่ในสภาพใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์ สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพด้วย ไม่เพียงเท่านี้เจ้า Dandelion root ยังช่วยปกป้องตับจากการไปสัมผัสกับสารพิษ ช่วยชำระล้างพิษที่แอบซ่อนอยู่ในตับ มีความสามารถในการช่วยลดไขมันที่สะสมในเนื้อตับที่อาจนำมาสู่การอักเสบได้ และที่สำคัญยังมีฤทธิ์ปกป้องสารอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี 

ความมหัศจรรย์ของสมุนไพรบำรุงตับชนิดนี้ยังไม่หมด เพราะยังช่วยลดระดับน้ำตาล และไขมันในเลือด ที่หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่โรคไขมันพอกตับได้ในที่สุด และยังช่วยแก้ปัญหาท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งความสามารถของ Dandelion Root ถูกตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ frontiers  in Pharmacology ในปี 2017 ว่าสารสกัดใน Dandelion Root สามารถลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งตับได้ 

3.Turmeric 

Turmeric อาจจะเป็นชื่อที่ฟังดูแปลก แต่หากบอกว่า ขมิ้นชัน เชื่อเลยว่าทุกคนคงจะร้องอ๋อ โดยเจ้าขมิ้นชันนี้หลายคนคงจะคุ้นว่ามันมีสรรพคุณเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ช่วยขับลม ช่วยลดอาการท้องอืด จุกเสียดได้เป็นอย่างดี แต่จริง ๆ แล้ว มันก็เป็นหนึ่งใน สมุนไพรบำรุงตับ อีกด้วย 

โดย Turmeric หรือสารสกัดในขมิ้นชัน มีความสามารถในการต้านทานความอักเสบที่อาจจะเกิดขึ้นที่ตับ ลดปริมาณสารอนุมูลอิสระในร่างกายลง จึงช่วยลดอาการตับอักเสบได้ แถมยังยังช่วยลดอาการไขมันพอกตับโรคฮิตที่คนไทยเป็นกันเยอะ ทำให้ตับกลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่ และสารสกัดในขมิ้นชันยังมีฤทธิ์ที่ดีต่อตับในการช่วยขับน้ำดี เพื่อไปช่วยย่อยไขมัน นอกจากจะแบ่งเบาภาระให้ตับแล้ว ยังช่วยมอบสมดุลให้กับระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาด

4. Ginger 

Ginger หรือที่บ้านเราเรียกกันง่าย ๆ ว่า ขิง มีสรรพคุณที่ใกล้เคียงกับขมิ้นชัน โดยมีความสามารถหลัก ๆ ในการขับลม ปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร และที่สำคัญขิงยังช่วยลดระดับน้ำตาลและลดระดับไขมันในเลือด ที่เป็นต้นตอของโรคไขมันพอกตับ และนำไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ อีกทั้งขิงยังมีสารเคมีที่จะเข้าไปกระตุ้นเอนไซม์กลูตาไธโน-เอส-ทรานสเฟอรเรส ซึ่งเป็นเป็นเอนไซม์ที่จะช่วยต่อต้านสารอนมูลอิสระต้นตอของมะเร็งตับ และมะเร็งอื่น ๆ 

ขิงจึงเป็นสมุนไพรบำรุงตับที่ใกล้ตัวและหาง่ายที่สุดอย่างหนึ่ง และไม่เพียงเท่านี้ ขิงยังอุมดมไปด้วยวิตามินมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส คาร์โบไฮเดรต เป็นต้น 

5. Green Tea 

แม้ว่าชาเขียวส่วนใหญ่ที่เราเจอ จะมาในรูปน้ำหวานส่งฝาชิงโชคที่อุดมไปด้วยน้ำตาล แต่จริง ๆ แล้วหากเป็นชาเขียวคุณภาพ จะมีฤทธิ์เป็นสมุนไพรบำรุงตับได้ด้วย นั่นเป็นเพราะในชาเขียวอุดมไปด้วยสารที่มีอำนาจในการต้านอนุมูลอิสระไม่ให้เข้ามาสู่ร่างกาย ซึ่งตับเป็นหนึ่งในอวัยวะที่ได้รับการปกป้องจากชาเชียวโดยตรงนั้นเอง อีกทั้งชาเขียวยังช่วยลดการสะสมของไขมันในตับ อันนำไปสู่โรคไขมันพอกตับ ซึ่งเป็นที่มาของโรคตับแข็งและมะเร็งตับได้

อาหารบำรุงตับ ในรูปของอาหารเสริม

ในปัจจุบันการใช้เวชศาสตร์ฟื้นฟูตับ หรือการบบรจุสมุนไพรบำรุงตับต่าง ๆ ลงไปในรูปของอาหารเสริม ได้รับความนิยมสูง เพราะสามารถบำรุงตับไปพร้อมกับการรักษาของแพทย์ได้ และยังสามารถกินได้ในคนที่ไม่ได้ป่วย แต่เป็นการบำรุงเพื่อป้องกันได้อีกด้วย 

LIVPRO อาหารบำรุงตับ จากธรรมชาติ

LIVPRO เป็นอาหารเสริมบำรุงตับ ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND ที่มีส่วนผสมจาก อาหารบำรุงตับ 5 ชนิด ได้แก่ Artichoke, Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย  

Open post
ไขมันในเลือดสูง

ไขมันในเลือดสูง เสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับ

ไขมันพอกตับ คือ โรคที่มันไขมันเข้าไปแทรกซึมอยู่ในเซลล์ตับมากเกินปกติ หรือประมาณ 5-10% ของน้ำหนักตับ ส่งผลให้การทำงานของตับแย่ลง ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่สำคัญนั้นมาจาก การที่เรามี ไขมันในเลือดสูง ติดต่อกันนานแล้วไม่ได้ควบคุมรักษานั่นเอง 

ตับ ต้องสะสมไขมันและนำ้ตาลที่มีมากเกินไป

ไขมันในเลือดสูง อาจเกิดขึ้นจาก การที่เรากินอาหารประเภทไขมัน หรือแป้ง น้ำตาล เข้าไปมากเกินไป โดยตับเรามีหน้าที่ในการสะสมพลังงานที่เหลือใช้จากร่างกาย หากร่างกายของเราได้รับอาหารที่ไม่ดีเข้ามาก ๆ ตับจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงน้ำตาลกลูโคสที่เหลือจากการใช้งาน ให้อยู่ในรูปของไตรกลีเซอไรด์(ไขมัน) และไกลโคเจน ก่อนจะกักเก็บพอกพูนไว้ที่ตับ 

ดังนั้นเมื่อร่างกายเรามีระดับน้ำตาลในเลือดสูง มีระดับไขมันในเลือดสูง แปลว่าตับต้องนำน้ำตาล และไขมันส่วนเกินเหล่านี้เข้าไปเก็บไว้ที่ตับ จนอาจจะกลายมาเป็นไขมันพอกตับตามมาได้ 

เบาหวาน เสี่ยงมากกับ ไขมันพอกตับ 

จากข้อมูลที่กล่าวไป นั่นจึงเป็นเหตุให้คนที่ป่วยทุกข์ทรมารจากอาการเบาหวาน มีโอกาสที่จะต้องประสบกับไขมันพอกตับสูง เพราะว่า เบาหวานเป็นภาวะเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากความบกพร่องของการสร้างอินซูลิน หรือความบกพร่องในการใช้อินซูลิน ทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้หมด มันจึงคั่งค้างอยู่ในเลือด ทำให้ตับต้องทำการแปรสภาพและเก็บไปสะสมมาก จึงมีโอกาสที่จะเป็นไขมันพอกตับสูงตามมา 

อาการไขมันพอกตับ 

1.อ่อนเพลีย นอนเท่าไหร่ก็ยังคงรู้สึกง่วงตลอดเวลา 

2.คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ

3.ปวดท้องแถบชายโครงขวา

4.แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย ท้องอืด 

5.บางครั้งก็เบื่ออาหาร 

กลุ่มเสี่ยงไขมันพอกตับ

เพราะอาการของโรคนั้นดูคล้ายกับโรคเบา ๆ ทั่วไป ด้วยเหตุนี้บางครั้งไขมันพอกตับ จึงไม่ค่อยมีใครรู้ และไม่ค่อยตรวจกัน แต่ใช่ว่าจะสังเกตไม่ได้ โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงมักจะสีงเกตุได้จากร่างกายและความผิดปกติต่าง ๆ  ดังนี้

1. ผู้ชายที่มีรอบเอวมากกว่า 40 นิ้ว และผู้หญิงที่มีรอบเอวมากกว่า 35 นิ้ว

2. มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

3. มีระดับไขมันในเลือดสูง หรือระดับไตรกลีเซอไรด์มากกว่า 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

4. ไขมันชนิดดีหรือ HDL cholesterol ต่ำ

ความร้ายแรงของโรคไขมันพอกตับ 

ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดที่สูง หากปล่อยไว้ให้เป็นไขมันพอกตับ อาจนำไปสู่ตับแข็ง มะเร็งตับได้อีกด้วย นั่นเป็นเพราะ หากตับสะสมไขมันไว้มากเกินไป ตับอาจเกิดการอักเสบ และต้องทำลายตัวเองทิ้งเพื่อสร้างเซลล์ใหม่ แต่มันอาจทำให้ตับเกิดแผลเป็น และแผลเป็นหากมีมาก ๆ อาจกลายเป็นพังผืด ทำให้เลือดไปเลี้ยงตับไม่ได้ เกิดเป็นตับแข็ง มะเร็งตับ ตามมาได้ในท้ายสุด

ความน่ากลัวอื่น ๆ ของ ไขมันในเลือดสูง

นอกจากไขมันพอกตับ ที่เกิดขึ้นจากระดับไขมันในเลือดสูงแล้ว เจ้าไตรกลีเซอไรด์ที่มากกว่าปกติยังอาจสร้างผลเสียที่น่ากลัวอื่น ๆ ให้กับร่างกายได้อีก เช่น ไขมันเข้าไปเกาะตามผนังของหลอดเลือดอาจเกิดโรคหลอกเลือดตีบ เลือดไหลเวียนไม่ดี ความดันจึงสูง อาจทำให้เลือดไหลไม่พอไปเลี้ยงหัวใจ เกิดโรคหัวใจขาดเลือด หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นเลือดไปยังสมองไปพอ เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ได้เลย 

ไขมันในเลือดสูง จากการดื่มแอลกอฮอล์ 

นอกจากการกินที่มากเกิน และความผิดปกติของร่างกายแล้ว แอลกอฮอล์เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิด ไขมันในเลือดสูงได้ นั่นเป็นเพราะ เมื่อร่างกายเรากำจัดแอลกอฮอล์ออกไป จะเกิดกรดไขมันขึ้น ซึ่งมันจะกลายมาเป็นไตรกลีเซอไรด์ หากเรายิ่งรับแอลกอฮอล์เข้าไปมาก ระดับไขมันในเลือดสูงก็จะตามมา ยิ่งเพิ่มโอกาสเป็นไขมันพอกตับด้วย

การดูแลตัวเอง

ควบคุมการกิน เมื่อไขมันเลือดสสูงแล้ว ก็เพียงแค่ ไม่ไปเพิ่มไขมันให้สูงขึ้นไปอีก พยายามหลีกเลี่ยงของทอด อาหารประเภทแป้ง ไขมัน น้ำตาล เน้นไปที่อาหารที่ปรุงด้วยการต้ม การนึ่ง แทน และงดการดื่มสุราเพราะมันไม่เพียงแต่ทำให้ไขมันในเลือดสู และยังทำร้ายตับโดยตรงอีกด้วย 

ออกกำลังกาย เพื่อลดระดับไขมัน เราต้องทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากขึ้นเป็นประจำ การออกกำลังกายครั้งละ 30-60 นาที อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ช่วยลดระดับไขมัน น้ำตาล และยังช่วยให้ร่างกายโดยรวมแข็งแรงได้เช่นกัน

ตัวช่วยเพิ่มเติม สำหรับ ไขมันในเลือดสูง และไขมันพอกตับ 

Artichoke เป็นพืชที่ผ่านการรับรอง ผ่านงานวิจับจากมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วโลก ได้รับการยื่นยันว่า มีสรรพคุณในการ ลดทั้งระดับไขมันในเลือด ทั้งไตรกลีเซอไรด์ และคอเลสเตอรอล รวมไปถึงช่วยลดระดับน้ำตาล ปรับสมดุลเลือด

นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยบำรุงตับ ทั้งลดระดับไขมันพอกตับ ลดอาการอักเสบของตับจากสาเหตุต่าง ๆ และมีฤทธิ์ในการปกป้องตับจากอนุมูลอิสระในระดับสูง 

LIVPRO แก้ปัญหา ไขมันในเลือดสูง

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่มีส่วนผสมหลักจาก Artichoke พืชมหัศจรรย์ที่มีความสามารถ ลดไขมันในเลือด ลดน้ำตาลในเลือด และได้รับการยกย่องว่าเป็น ราชาแห่งการบำรุงตับ และยังมีส่วนผสมของ Dandelion Root พืชที่ได้รับการรับรองจากสำนักวิจัยหลายแห่งว่ามีความสามารถในการช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้กับตับ รวมไปถึงสมุนไพรไทยอย่างขมิ้นชัน ขิง ชาเขียว และกลูต้าไธโอนจากประเทศสหรัฐอเมริกา 

สรรพคุณ LIVPRO 

  • อุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์
  • ต้านอนุมูลอิสระที่สูงเป็นลำดับต้น ๆ ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง
  • ปกป้องตับ ดูแลสุขภาพตับ detoxตับ 
  • ช่วยชะล้างพิษที่คั้างอยู่ในตับ
  • แก้ภาวะตับอักเสบ ภาวะตับถูกทำลาย 
  • ลดไขมันพอกตับ เสริมการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ของตับ 
  • เพิ่มการสร้างน้ำดี ช่วยจะช่วยขจัดสารที่เป็นพิษต่อตับ และช่วยระบบย่อยอาหาร
  • เพิ่มระบบไหลเวียนเลือดในตับ
  • ลดสารบิลลิรูบิน ต้นเหตุของภาวะดีซ่าน

สนใจอาหารเสริม LIVPRO คลิกเลย 

 

 

Open post
น้ำตาลในเลือดสูง

น้ำตาลในเลือดสูง ปล่อยทิ้งไว้ ไขมันพอกตับอาจจะถามหา

จริงอยู่ที่ระดับ น้ำตาลในเลือดสูง สามารถบ่งบอกถึงโรคเบาหวานได้ แต่อีกนัยหนึ่งก็ยังอาจบอกได้ว่าตับคุณกำลังมีปัญหาจาก โรคไขมันพอกตับ หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ควบคุมระดับน้ำตาลอาจทำให้ตับได้รับความเสียหาย จนถึงขั้นเป็นอันตรายร้ายแรงได้เลย 

ไขมันพอกตับสัมพันธ์กับเบาหวาน

โรคไขมันพอกตับ และโรคเบาหวาน หรือผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันโดนตรง กล่าวคือ ผู้ที่เป็นเบาหวานนั้น มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นไขมันพอกตับร่วมด้วย และผู้ที่เป็นไขมันพอกตับ ก็มีโอกาสที่โรคเบาหวานจะมาเยี่ยมเยียนคุณได้สูงเช่นกัน 

นั่นเป็นเพราะ ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงกว่าปกติ จากโรคเบาหวาน ทำให้ตับที่มีหน้าที่สะสมพลังงานสำรองไว้มาก โดยตับจะเปลี่ยนจากน้ำตาลกลูโคส มาเก็บไว้ในรูปของไกลโคเจน และไตรกลีเซอร์ไรด์(ไขมัน) และทำการสะสมไว้ แต่หากว่าไขมันเหล่านี้ถูกกักเก็บมากเกินไป ก็อาจนำไปสู่ โรคไขมันพอกตับได้ในไม่ช้า หรือกล่าวคือ หากมีปริมาณน้ำตาลส่วนเกินในร่างกายมากเกินความต้องการ ตับจะนำไปสร้างเป็นไขมันและเก็บไว้นั่นเอง

อาการไขมันพอกตับ จาก น้ำตาลในเลือดสูง

ไขมันพอกตับเป็นโรคที่เกิดจากการสะสมไขมันไว้ที่ตับมากกว่า 5-10% ของน้ำหนักตับ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของตับลดต่ำลง กระทบไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น การใช้พลังงาน การแปลงสารอาหาร ระบบย่อยอาหาร การสังเคราะห์โปรตีน เป็นต้น 

โดยอาการของโรคนั้นอาจไม่ได้โหดร้ายรุนแรงอะไรมาก หรือในบางคนอาจจะไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา อาจจะมีเช่น 

  • อ่อนเพลียตลอดเวลา นอนไม่เท่าไหร่ก็รู้สึกง่วง
  • เหนื่อยง่าย ทำไรก็นิดหน่อยก็ไม่มีแรงแล้ว
  • ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย 
  • อาจมีอาการปวดจุกท้องแถบ ๆ ชายโครงขวา
  • บางครั้งอาจมีอาการคลื่นไส้ อยากอาเจียน เบื่ออาหาร 

น้ำตาลในเลือดสูง อาจบอกได้ว่า ตับอาจมีปัญหาอยู่แล้ว

หากจะบอกว่าโรคไขมันพอกตับเป็นโรคที่แอบแฝงความชั่วร้ายไว้ลึก ๆ ก็คงไม่ผิดนัก เพราะแม้อาการมันไม่ได้รุนแรง ไม่แสดงอาการ จนบางคนแทบไม่รู้ตัวเลยก็มี แต่มันก็แอบทำลายตับไปเรื่อย ๆ จนเกิดความเสียหายมากขึ้น ๆ  ประสิทธิภาพการทำงานของตับต่ำลง กระทบหลายระบบในร่างกาย

แต่ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และ ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูง ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่สามารถบอกได้ว่าตับของเราอาจจะกำลังมีปัญหากับโรคไขมันพอกตับอยู่ก็ได้ 

โดยค่าน้ำตาลในเลือด คนปกติควรจะอยู่ที่ ไม่เกิน 100 มก./ดล. หลังอดอาหาร 

ส่วนค่าไตรกลีเซอร์ไรด์ คนปกติควรจะอยู่ที่ ไม่เกิน 150 มก./ดล.หลังอดอาหาร

ปล่อยไว้อาจเป็นสาเหตุของตับแข็ง มะเร็งตับ

ความน่ากลัวของโรคไขมันพอกตับที่เกิดขึ้นจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงนั้นไม่ได้อยู่ที่อาการ หากแต่เป็นอาการและโรคที่อาจจะตามมาต่างหาก เพราะเมื่อใดก็ตามที่ไขมันพอกตับมากขึ้นเรื่อย ๆ ตับอาจเกิดการอักเสบ และทุกครั้งที่มันอักเสบ มันจะทำลายเซลล์ส่วนนั้นทิ้งไป และทำการงอกเซลล์ตับใหม่ขึ้นมา แต่ในการงอกใหม่นี้มักจะเกิดร่องรอบแผลเป็นไว้

หากไขมันยิ่งพอกมาก ยิ่งอักเสบบ่อย แผลเป็นอาจจะขยายวงกว้าง จากแผลเป็นจุดเล็ก ๆ อาจจะกลายเป็นพังผืดที่ปิดกั้นไม่ให้เลือดไหลเวียนเข้าไปเลี้ยงตับ เกิดเป็น อาการตับแข็ง และมะเร็งตับ ตามมาได้เลย 

อีกทั้งมีการศึกษาผู้ป่วยเบาหวาน ว่ามีโอกาสที่จะเสียชีวิตด้วยโรคตับสูง

ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลผู้ป่วยเบาหวาน พบว่า ผู้ป่วยเบาหวาน ที่มีปัญหาระดับน้ำตาลสูง มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคตับ มากว่าคนปกติถึง 70% เลยทีเดียว นั่นเป็นเพราะเมื่อระดับน้ำตาล หรือกลูโคสที่สูงขึ้น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้ตับทำงานผิดปกติมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย

การป้องกัน น้ำตาลในเลือดสูง 

การออกกำลังกาย จะทำให้ร่างกายนั้นต้องการพลังงานมากกว่าปกติ ร่างกายจึงอาจนำน้ำตาลที่ไหลเวียนอยู่ในเลือดมาเปลี่ยนเป็นพลังงานและนำมาใช้ อีกทั้งการออกกำลังกายบ่อย ๆ นาน ๆ ยังทำให้ร่างกายนำไขมันที่สะสมไว้ที่ตับมาใช้เป็นพลังงงานสำรอง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงลดลง และยังช่วยให้อาการไขมันพอกตับดีขึ้นได้ 

ควบคุมอาหาร การควบคุมอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ไขมัน ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เนื่องจากโดยปกติน้ำตาลและไขมันในเลือดก็สูงอยู่ แล้วการเติมสารอาหารเหล่านี้เข้าไปอาจยิ่งทำให้ระดับมันสูงกว่าเก่า อาการอาจยิ่งแย่ ทางที่ดีควรทานในปริมาณที่เหมาะสมตามที่แพทย์แนะนพ ก็อาจช่วยบรรเทาได้ 

Artichoke ลด น้ำตาลในเลือดสูง 

นอกจากนี้แล้วหากอยากเพิ่มประสิทธิภาพการบรรเทาอาการน้ำตาลในเลือดสูง และลดอาการไขมันพอกตับ หรือสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง ก็สามารถใช้เวชศาสตร์ฟื้นฟูเข้ามาช่วยอีกทางหนึ่งได้ โดย Artichoke เป็นพืชที่มีสรรพคุณในการ ปรับลดความดันเลือด ลดน้ำตาลในเลือด ลดไตรกลีเซอร์ไรด์ ให้กลับมาอยู่ในภาวะปกติและสมดุลได้ 

อีกทั้ง Artichoke ยังได้รับการขนานนามว่าเป็น ยาบำรุงตับที่ดีที่สุด เพราะมีความสามารถ ทั้ง ลดภาวะไขมันพอกตับ ตับอักเสบจากสาเหตุต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่มาของโรคตับแข็ง และมะเร็งตับได้ นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพสูงในการช่วยป้องกันตับและอวัยวะอื่น ๆ จากอนุมูลอิสระต่าง ๆ ได้เช่นกัน

LIVPRO อาหารบำรุงตับ ลดน้ำตาลในเลือด 

LIVPRO เป็นอาหารเสริมบำรุงตับและลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND ที่มีส่วนผสมจาก อาหารบำรุงตับ 5 ชนิด ได้แก่ Artichoke, Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้ 

LIVPRO ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงตับ และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด มีส่วมผสมหลักจาก Artichoke และสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด สนใจรายละเอียด คลิกเลย 

Open post
ดูแลตับ

เคล็บลับ ดูแลตับให้แข็งแรง ด้วยการปรับพฤติกรรม และอาหารเสริม

หน้าที่หลัก ๆ ของตับ คือ เป็นป้อมปราบสารพิษที่แฝงตัวเข้ามาในร่างกาย ทำงานหนักติดต่อกัน 24 ชั่วโมง แบบไม่ได้หยุดหย่อนพักผ่อนแม้แต่นาทีเดียว เมื่อการทำงานหนักไปผสมร่วมกับพฤติกรรมไม่เหมาะสม ไม่ ดูแลตับ ให้ดี อาจจะทำให้ตับมีปัญหาจากโรคตับต่าง ๆ  ส่งผลต่อหลายระบบในร่างกายได้ 

แต่สำหรับบางคนนั้นแม้จะไม่ได้เป็นโรคตับโดยตรง แต่ก็ใช่ว่าตับจะสดชื่นสมบูรณ์ 100% เพราะในแต่ละวัน เราต้องรับมลภาวะ รับสารอนุมูลอิสระเข้าไปตั้งเท่าไหร่ ทั้งจากฝุ่นละออง ทั้งจากอาหารที่กินเข้าไป ไหนจะสารพิษที่เข้าสู่ร่างกายทั้งทางตรงทางอ้อม เพราะฉะนั้นการดูแลตับจึงเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เพียงผู้ป่วยตับมีปัญหาเท่านั้นที่ต้องดูแล แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะทำ 

โดยการ ดูแลตับ สามารถทำได้ 2 วิธี ดังนี้ 

วิธีที่ 1 คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ที่อาจก่อก่อนและสร้างความผิดปกติให้กับตับ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

1.ลดละเลิกแอลกอฮอล์ 

แอลกอฮอล์ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่อริตัวร้ายที่สุดต่อตับ เป็นเพราะว่าตับจะต้องดูดซัยขับไล่แอลกอฮอล์ออกไปจากร่างกาย ทำให้ตับต้องทำงานหนักขึ้น อีกทั้งการดื่มแอลกอฮอล์ยังส่งผลให้เกิดอาการไขมันพอกตับ และอาจเกิดอาการอักเสบขึ้นมา จนท้ายที่สุดอาจลุกลามไปถึงขั้นตับแข็ง มะเร็งตับได้เลย เพราะฉะนั้นหากอยากดูแลตับ แอลกอฮอล์จึงเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างแรก 

2.เลิกบุหรี่ได้ก็ควรทำ

เพราะในบุหรี่ประกอบไปด้วยสารอนุมูลอิสระที่จะเข้ามาทำร้ายตับมากมาย อีกทั้งนิโคตินในบุหรี่ยังส่งผลต่อการกระตุ้นเซลล์เนื้อเยื่อต่าง ๆ จนทำให้เกิดเป็นอนุมูลอิสระที่ตับ จนทำให้ประสิทธิภาพการทำงานและถูมิคุ้มกันตับลดลง เกิดเป็นควมเสียหายที่ตับตามมาไม่เพียงเท่านี้ สาเหตุที่ต้องเลิกบุหรี่หากอยากดูแลตับ เป็นเพราะ สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติไอเออาร์ซี เปิดเผยข้อมูลว่า คนที่สูบบุหรี่นั้นมีโอกาสเป็นเกิดมะเร็งตับสูงกว่าคนที่ไม่สูบถึง 1.51 เท่า เลยทีเดียว 

3.หลีกเลี่ยงน้ำตาลหวานและไขมัน 

เพราะการกินแป้ง น้ำตาล และไขมันที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย ร่างกายจะนำสารเหล่านี้ไปสะสมไว้ที่ตับในรูปของไขมัน ซึ่งอาจเกิดโรคไขมันพอกตับ ซึ่งเป็นที่มาของการอักเสบของตับ ตับแข็ง และมะเร็งตับได้ 

4.ไม่กินยามากเกินความจำเป็น 

ในบ้านเราการซื้อยาจากร้านขายยาถือเป็นเรื่องที่แสนจะง่ายดาย เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้คนไทยเมื่อเป็นอะไรนิดหน่อยก็ต้องกินยา แต่การกินยาเข้าไปบ่อยเกินความจำเป็นนั้นอาจจะเข้าไปทำลายตับได้ โดยเฉพาะตระกูลยาแก้ปวดอย่างพารา ที่หากตับได้รับบ่อยเกินไปอาจจะต้องทำงานหนัก ทำให้เสื่อมสภาพ และอาจเกิดการอักเสบตามมาได้ การไม่ทานยาเกินความจำเป็นจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีการดูแลตับง่าย ๆ

วิธีการที่ 2 คือ การใช้เวชศาสตร์ฟื้นฟูเข้ามาช่วย ดูแลตับ

โดยการกินวิตามินบำรุงสุขภาพตับ กินของที่มีประโยชน์ สามารถใช้ได้ทั้งคนที่มีปัญหาเรื่องตับ และคุณที่ต้องการดูแลตับโดยเฉพาะ ซึ่งในปัจจุบันนี้ มีสารสกัดและสมุนไพรหลายชนิด ที่มีงานวิจัยมารองรับ ถึงสรรพคุณในการบำรุงฟื้นฟูตับ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น 

1.Artichoke มหัศจรรย์พืช ดูแลตับ ชั้นยอด

แม้ว่า Artichoke อาจจะเป็นชื่อที่ยังไม่ค่อยจะคุ้นหูคนไทยเท่าไรนัก แต่ประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 3,000 ปี และสุดยอดสรรพคุณของมัน ทำให้สถานบันวิจัยหลายแห่งทั่วโลก ยอมยกให้ Artichoke เป็นเสมือนยาดูแลตับที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งเลย โดยสรรพคุณของ Artichoke มีทั้งความสามารถในการลดการอักเสบในตับ ลดภาวะไขมันพอกตับ ฟื้นฟูประสิทธิภาพการทำงานของตับ เป็นพืชที่มีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในระดับสูง ป้องการไม่ให้ตับถูกทำลาย ช่วยเสริมสร้างการผลิตน้ำดีในตับ และช่วยลดสารบิลิรูบินสาเหตุของภาวะดีซ่านได้ด้วย 

ตัวอย่างงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences มหาวิทยาลัยการแพทย์ในประเทศโปแลนด์ ยืนยันว่า Artichoke สามารถลดภาวะไขมันพอกตับ ช่วยฟื้นฟูและป้องกันไม่ให้ตับเกิดการอักเสบจากพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ ทานไขมันมาก การได้รับสารอนุมูลอิสระต่าง ๆ การกินยาเกินความจำเป็น และยังสามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือด อันนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดแข็งตัวได้อีกด้วย 

2.Dandlion Root 

Dandelion root หรือ รากแดนเดเลี่ยน เป็นสมุนไพรอีกหนึ่งอย่างที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก แต่ประสิทธิภาพในการดูแลตับของมันนั้นอยู่ในเกณฑ์สูง เพราะมันช่วยบำรุงตับที่มีปัญหาต่าง ๆ ให้กลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพได้อีกด้วย ทั้งยังมีสรรพคุณที่ช่วยปกป้องตับจากการสัมผัสกัยสารพิษ ช่วยล้างสารพิษ ช่วยลดการสะสมไขมันในตับ ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบในตับได้ ไม่เพียงเท่านี้ Dandelion root ยังมีความสามารถต้านทานอนุมูลอิสระที่จ้องจะเข้ามาทำลายเซลล์ตับและเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้อย่างดี 

3.วิตามินอื่น ๆ ที่ช่วยดูแลตับ

นอกจากนี้แล้วยังมีพืชผักและวิตามินต่าง ๆ อีกมากมาย ที่มีคสามสามารถในการป้องกันตับจากการถูกทำลาย และช่วยฟื้นฟูตับได้ เช่น วิตามินอี กลูต้าไธโอน สาร curcumin และผักต่าง ๆ เช่น กะหล่ำปลี แครอท อะโวคาโด เป็นต้น 

ตรวจสุขภาพพร้อมกับ ดูแลตับ อย่างต่อเนื่อง

โรคตับเป็นโรคที่มันแทบจะไม่แสดงอาการเลย คนที่มีปัญหาตับส่วนใหญ่กว่าจะรู้ตัวตับก็สูญเสียการทำงานและโดนทำลายไปเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นทางที่ดีควรตรวจสุขภาพประจำปีอย่างเป็นประจำ และอย่าลืมดูแลตับ ทั้งจากการปรับพฤติกรรม และการใช้ยาบำรุงเข้ามาช่วยด้วย 

หากสนใจอาหารเสริมบำรุงตับที่มีส่วนผสมของ Artichoke, Danlelion root, Curcumin, และ Glutathione จากอเมริกา คลิก 

Open post
สมุนไพรบำรุงตับ

Artichoke (อาร์ติโชค) มหัศจรรย์สมุนไพรบำรุงตับ

วันนี้ Med-Thai อยากพาทุกคนมาทำความรู้จักพืชมหัศจรรย์ 3,000 ปี ชนิดหนึ่ง ที่จะช่วยสร้างสุดยอดประสิทธิภาพการทำงานให้กับ “ตับ” ของเรา เรียกได้ว่าเป็น สมุนไพรบำรุงตับ ที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง

ต้นกำเนิด สมุนไพรบำรุงตับ

อาร์ติโชค (Artichoke) คือชื่อของพืชที่ถูกค้นพบและถูกใช้เป็นยา มานานเกินกว่า 3,000 ปี มีถิ่นฐานบ้านเกิดกำเนิดอยู่แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งปัจจุบันพบได้เฉพาะในเขตอากาศหนาวเย็นเท่านั้น เช่น ทางตอนใต้ของยุโรป ตอนเหนือของอเมริกา และออสเตรเลีย เป็นต้น 

มีหลักฐานโบราณมากมายว่า Artichoke ถูกใช้เป็นยา หรือเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของ อารยธรรมสุดยิ่งใหญ่ของโลก แถบเมดิเตอร์เรเนียน อย่าง อารยธรรมกรีก โรมัน และอียิปต์โบราณ มาทั้งสิ้น ความยิ่งใหญ่ของ สมุนไพรบำรุงตับ อย่าง Artichoke ไม่ได้มีเพียงแค่ประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 30 ศตวรรษเท่านั้น แต่อย่างที่บอกครับว่า ความวิเศษจริง ๆ ของมัน คือ เป็นพืชลับที่ช่วยให้ตับของเราทำงานได้ดีและแข็งแรงย่ิงขึ้น 

ความสามารถในการฟื้นฟูตับของ Artichoke

โดยอาร์ติโชค (Artichoke) ที่ได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรบำรุงตับชั้นดีนั้นจะช่วยปกป้องฟื้นฟูดูแลตับให้กลับมาแข็งแรง ทั้งจากการช่วยป้องกันตับของเราไม่ให้ถูกทำลายโดยสารพิษต่าง ๆ  แถมยังเพิ่มประสิทธิภาพในฟังก์ชั่นสร้างการเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์เก่าของตับที่ถูกทำลายไป  อีกทั้งพืชโบราณเมืองหนาวชนิดนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำดี ช่วยลำเลียงสารพิษออกจากร่างกาย และน้ำดีก็ยังช่วยในระบบย่อยอาหารได้อีกด้วย 

นอกจากนี้ความสุดยอดจากประโยชน์ของArtichoke ยังมีส่วนช่วยในระบบไหลเวียนโลหิต โดยจะช่วยให้ความดันของเรากลับมาอยู่ในระดับปกติ และมีส่วนช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือดในอยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อร่างกาย แถมยังช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราด้วยนะ

มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก

มีงานวิจัยรองรับของคุณสมบัติในการเป็นสมุนไพรบำรุงตับของ Artichoke ทั้งงานวิจัยของ มหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences มหาวิทยาลัยการแพทย์ในประเทศโปแลนด์ ยืนยันว่า Artichoke สามารถลดภาวะไขมันพอกตับ ช่วยฟื้นฟูและป้องกันไม่ให้ตับเกิดการอักเสบจากพฤติกรรมต่าง ๆ ได้  เช่นการดื่มแอลกอฮอล์ การกินยามากเกินไป จากไขมันพอกตับ เป็นต้น

อีกทั้งยังมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งชาติโดเนตส์ ประเทศยูเครน เกี่ยวกับการกิน Artichoke พบว่า การกิน Artichoke ทุกวันเป็นระยะเวลา 2 เดือน สามารถลดอาการไขมันพอกตับ ที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ และช่วยบรรเทาอาการตับอักเสบได้เป็นอย่างดี 

LIVPRO สมุนไพรบำรุงตับ จากธรรมชาติ

LIVPRO เป็นอาหารเสริมบำรุงตับที่ช่วยลดปัญหาอาการตับอักเสบ ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND ที่มีส่วนผสมของ ราชาการบำรุงตับอย่าง อาร์ติโชค (Artichoke) และสุดยอดสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย  

Open post
โรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี

โรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กับ Med-thai

โรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี นั้นขึ้นอยู่กับว่ามีอาการหรือมีโรคแทรกซ้อนเข้ามาหรือเปล่า และขึ้นอยู่กับว่าโรคตับแข็งที่กำลังเผชิญนั้นอยู่ในระยะแรก หรืออยู่ระยะสุดท้าย แต่โดยค่าเฉลี่ยแล้ว 5-10 ปี คือตัวเลขเฉลี่ยที่ผู้ป่วยตับแข็งสามารถมีชีวิตอยู่ได้ 

โรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี ในระยะแรก 

หากเป็นโรคตับแข็งในระยะแรก อาจไม่ต้องมานั่งกังวลใจมากนักว่าโรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี เพราะในระยะแรกนั้น แม้ตับส่วนที่ถูกทำลายไปจะไม่สามารถกลับมาใช้งานได้ดังเดิม แต่หากรักษาถูกวิธีก็จะทำให้ตับไม่ถูกทำลายเพิ่มขึ้น สามารถใช้ชีวิตเฉกเช่นคนปกติทั่วไปได้ โดยวิธีการรักษานั้นต้องหาสาเหตุของโรคตับแข็งที่เกิดขึ้น และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดตับแข็ง เช่น หากพบว่าเป็นตับแข็งจากการดื่มสุรา ก็เพียงแค่งดดื่มสุราเด็ดขาด ก็จะช่วยให้ตับค่อย ๆ ฟื้นฟู และมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นปกติได้ 

ผู้ป่วยในระยะแรกมักจะแทบไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาเลย หรืออาการอาจดูคล้ายโรคทั่วไปอื่น ๆ จึงทำให้กว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวก็ปาเข้าไปในระยะหลังแล้ว โดยอาการที่สังเกตุได้นั้นอาจมีเพียง อาการท้องอืดท้องเฟ้อคล้าย ๆ กับอาหารไม่ย่อย หรือกรดไหลย้อน และเริ่มรู้สึกอ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง ทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อยหอบ และอาจมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ไปจนถึงอาเจียน รวมไปถึงในผู้ชายอาจมความผิดปกติเกิดขึ้นที่นม โดยจะรู้สึกนมโตขึ้นและเจ็บ อัณฑะเริ่มฝ่อตัว ส่วนในผู้หญิงอาจมีเสียงแหบห้าวก้าวร้าวเหมือนผู้ชาย หากใครพบอาการเหล่านี้ก็ควรไปปรึกษาแพทย์โดยด่วน 

โรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี ในระยะสุดท้าย 

ตัวเลขตั้งแต่ 5ปี ไปจนถึง 10ปี คือคำตอบว่าโรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี ซึ่งตับแข็งระยะสุดท้ายนั้นมักจะพบในผู้ป่วยใช้ชีวิตเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังคงดื่มสุราอย่างไม่เว้นวรรค กินของที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างไม่ขาด ซึ่งหากคุณก้าวเข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้วอาการของตับแข็งมักจะมีแค่ทรงกับทรุดลงเท่านั้น เนื่องจากตับไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองให้กลับมาทำงานได้เหมือนเก่า 

ผู้ป่วยในระยะสุดท้ายจะมีอาการเท้าบวม เนื่องจากตับไม่สามารถสร้างโปรตีนอัลบูมิน โปรตีนที่มีหน้าที่ควานดันน้ำในหลอดเลือดได้เพียงพอ อีกทั้งตับแข็งที่ไม่สามารถเยียวยาได้อาจทำให้การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ เกิดเป็นเส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร ทำให้อาเจียนเป็นเลือด

โรคแทรกซ้อนระหว่างตับแข็ง 

โรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นนั้นจำเป็นตัวชี้วัดเลยว่าโรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี เพราะความน่ากลัวของตับแข็งคือตับไม่สามารถทำงานได้ ภูมิคุ้มกัน ระบบป้องกันสารพิษในร่างกายก็ไม่สามารถทำงานได้ อาการท้องมาน ดีซ่าน หรืออาเจียนเป็นเลือด คือผลที่ตามมาหากไม่รักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งหากมีอาการพวกนี้ก็อาจมีชีวิตได้ประมาณ 2-5 ปี อีกทั้งยังมีโรคเนื้อร้ายอย่างมะเร็งตับที่พร้อมจะคร่าชีวิตของผู้ป่วยได้ทุกเมื่อ 

ดังนั้นหากถามว่าโรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี ก็สามารถตอบได้ว่า มีโอกาสตั้งแต่ 2ปี 5ปี 10ปี หรือมีแม้กระทั่งโอกาสหายเป็นปกติ จนสามารถใช้ชีวิตยืนยาวเฉกเช่นคนปกติได้ด้วย ขึ้นอยู่กับว่าเป็นหนักแค่ไหน มีอาการแทรกซ้อนหรือเปล่า และปฏิบัติตัวให้ไกลห่างจากตับแข็ง หรือเปล่า 

ตัวช่วยฟื้นฟูตับให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น

อย่างที่บอกไปว่า ตับแข็งนั้นหากยังคงอยู่ในระยะแรกที่ไม่ได้อันตราย และไม่ได้มีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เข้ามานั้น ยังคงสามารถบรรเทา และฟื้นฟูประสิทธิภาพการทำงานของตับได้ โดยการใช้เวชศาสตร์ฟื้นฟูตับ ด้วยการนำสมุนไพรบำรุงตับที่อยู่ในอาหารเสริมบำรุงตับเข้ามาใช้ ควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์ เพราะไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูตับแต่ยังช่วยป้องกันการอักเสบที่อาจจะทำให้ตับแข็งยิ่งแย่ไปกว่าเดิมไปอีกด้วย

Posts navigation

1 2
Scroll to top