admin, Author at med-thai รอบรู้เรื่องสุขภาพ ตามคำแนะนำจากแพทย์ เราเข้าใจคนไทย - Page 4 of 4
Open post

บทความการได้ยิน 5

บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4
บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4
บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4
บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4
บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4
บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4

Open post

บทความการได้ยิน 4

บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4
บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4
บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4
บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4บทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4vvบทความการได้ยิน 4

Open post

บทความการได้ยิน 3

หูชั้นกลาง
ดูบทความหลักที่: หูชั้นกลาง
คลื่นเสียงจะวิ่งผ่านช่องหูเข้าไปกระทบกับแก้วหู (ซึ่งใหญ่ประมาณ 9 มม.[2]) แล้วจะวิ่งผ่านหูชั้นกลางซึ่งเต็มด้วยอากาศผ่านลำดับกระดูกหู (ossicles) ที่ละเอียดอ่อน คือ กระดูกค้อน (malleus) กระดูกทั่ง (incus) และกระดูกโกลน (stapes)

กระดูกเหล่านี้ทำงานเหมือนคานงัดและลูกสูบ ที่แปลงแรงสั่นของแก้วหูที่มีความดันต่ำ ให้เป็นแรงสั่นมีความดันสูงเมื่อไปถึงช่องหูชั้นในรูปหอยโข่ง/คอเคลีย (cochlea) ที่เล็กกว่าซึ่งเรียกว่าช่องรูปไข่ (oval window) หรือ vestibular window จุดงัดเริ่มต้นคือกระดูกค้อนซึ่งเชื่อมกับแก้วหู เป็นตัวงัดกระดูกทั่ง ซึ่งจะงัดกับกระดูกโกลน ที่ทำหน้าที่คล้ายกับลูกสูบ โดยปลายจะปิดเชื่อมกับช่องรูปไข่ของคอเคลีย[2] ความดันเสียง (แรงสั่น) ที่สูงกว่าที่ช่องรูปไข่ เป็นเรื่องจำเป็นเพราะว่า หูชั้นในเลยช่องรูปไข่เข้าไปเป็นน้ำ ไม่ใช่อากาศเหมือนหูชั้นกลางและหูชั้นนอก กระดูกค้อนและกระดูกทั่งเป็นส่วนเหลือค้างจากกระบวนการวิวัฒนาการ โดยเป็นส่วนของกระดูกขากรรไกรของสัตว์เลื้อยคลานที่เป็นบรรพบุรุษ[2]

รีเฟล็กซ์สเตปีเดียส (stapedius reflex) ที่กล้ามเนื้อหูชั้นกลางจะช่วยป้องกันหูชั้นในจากความเสียหาย โดยลดการส่งต่อพลังงานเสียงเมื่อกล้ามเนื้อสเตปีเดียสเกิดทำงานตอบสนองต่อเสียงดัง (ที่ประมาณ 70-100 เดซิเบล SPL) หูชั้นกลางยังส่งข้อมูลของเสียงในรูปคลื่นเสียง ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นกระแสประสาทที่คอเคลียของหูชั้นใน

Open post

บทความการได้ยิน 2

หูชั้นกลาง
ดูบทความหลักที่: หูชั้นกลาง
คลื่นเสียงจะวิ่งผ่านช่องหูเข้าไปกระทบกับแก้วหู (ซึ่งใหญ่ประมาณ 9 มม.[2]) แล้วจะวิ่งผ่านหูชั้นกลางซึ่งเต็มด้วยอากาศผ่านลำดับกระดูกหู (ossicles) ที่ละเอียดอ่อน คือ กระดูกค้อน (malleus) กระดูกทั่ง (incus) และกระดูกโกลน (stapes)

กระดูกเหล่านี้ทำงานเหมือนคานงัดและลูกสูบ ที่แปลงแรงสั่นของแก้วหูที่มีความดันต่ำ ให้เป็นแรงสั่นมีความดันสูงเมื่อไปถึงช่องหูชั้นในรูปหอยโข่ง/คอเคลีย (cochlea) ที่เล็กกว่าซึ่งเรียกว่าช่องรูปไข่ (oval window) หรือ vestibular window จุดงัดเริ่มต้นคือกระดูกค้อนซึ่งเชื่อมกับแก้วหู เป็นตัวงัดกระดูกทั่ง ซึ่งจะงัดกับกระดูกโกลน ที่ทำหน้าที่คล้ายกับลูกสูบ โดยปลายจะปิดเชื่อมกับช่องรูปไข่ของคอเคลีย[2] ความดันเสียง (แรงสั่น) ที่สูงกว่าที่ช่องรูปไข่ เป็นเรื่องจำเป็นเพราะว่า หูชั้นในเลยช่องรูปไข่เข้าไปเป็นน้ำ ไม่ใช่อากาศเหมือนหูชั้นกลางและหูชั้นนอก กระดูกค้อนและกระดูกทั่งเป็นส่วนเหลือค้างจากกระบวนการวิวัฒนาการ โดยเป็นส่วนของกระดูกขากรรไกรของสัตว์เลื้อยคลานที่เป็นบรรพบุรุษ[2]

รีเฟล็กซ์สเตปีเดียส (stapedius reflex) ที่กล้ามเนื้อหูชั้นกลางจะช่วยป้องกันหูชั้นในจากความเสียหาย โดยลดการส่งต่อพลังงานเสียงเมื่อกล้ามเนื้อสเตปีเดียสเกิดทำงานตอบสนองต่อเสียงดัง (ที่ประมาณ 70-100 เดซิเบล SPL) หูชั้นกลางยังส่งข้อมูลของเสียงในรูปคลื่นเสียง ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นกระแสประสาทที่คอเคลียของหูชั้นใน

Open post

บทความการได้ยิน

หูชั้นกลาง
ดูบทความหลักที่: หูชั้นกลาง
คลื่นเสียงจะวิ่งผ่านช่องหูเข้าไปกระทบกับแก้วหู (ซึ่งใหญ่ประมาณ 9 มม.[2]) แล้วจะวิ่งผ่านหูชั้นกลางซึ่งเต็มด้วยอากาศผ่านลำดับกระดูกหู (ossicles) ที่ละเอียดอ่อน คือ กระดูกค้อน (malleus) กระดูกทั่ง (incus) และกระดูกโกลน (stapes)

กระดูกเหล่านี้ทำงานเหมือนคานงัดและลูกสูบ ที่แปลงแรงสั่นของแก้วหูที่มีความดันต่ำ ให้เป็นแรงสั่นมีความดันสูงเมื่อไปถึงช่องหูชั้นในรูปหอยโข่ง/คอเคลีย (cochlea) ที่เล็กกว่าซึ่งเรียกว่าช่องรูปไข่ (oval window) หรือ vestibular window จุดงัดเริ่มต้นคือกระดูกค้อนซึ่งเชื่อมกับแก้วหู เป็นตัวงัดกระดูกทั่ง ซึ่งจะงัดกับกระดูกโกลน ที่ทำหน้าที่คล้ายกับลูกสูบ โดยปลายจะปิดเชื่อมกับช่องรูปไข่ของคอเคลีย[2] ความดันเสียง (แรงสั่น) ที่สูงกว่าที่ช่องรูปไข่ เป็นเรื่องจำเป็นเพราะว่า หูชั้นในเลยช่องรูปไข่เข้าไปเป็นน้ำ ไม่ใช่อากาศเหมือนหูชั้นกลางและหูชั้นนอก กระดูกค้อนและกระดูกทั่งเป็นส่วนเหลือค้างจากกระบวนการวิวัฒนาการ โดยเป็นส่วนของกระดูกขากรรไกรของสัตว์เลื้อยคลานที่เป็นบรรพบุรุษ[2]

รีเฟล็กซ์สเตปีเดียส (stapedius reflex) ที่กล้ามเนื้อหูชั้นกลางจะช่วยป้องกันหูชั้นในจากความเสียหาย โดยลดการส่งต่อพลังงานเสียงเมื่อกล้ามเนื้อสเตปีเดียสเกิดทำงานตอบสนองต่อเสียงดัง (ที่ประมาณ 70-100 เดซิเบล SPL) หูชั้นกลางยังส่งข้อมูลของเสียงในรูปคลื่นเสียง ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นกระแสประสาทที่คอเคลียของหูชั้นใน

Posts navigation

1 2 3 4
Scroll to top