admin, Author at med-thai รอบรู้เรื่องสุขภาพ ตามคำแนะนำจากแพทย์ เราเข้าใจคนไทย
Open post
ชุดตรวจ hiv ด้วยตนเอง

ชุดตรวจ HIV ด้วยตนเอง ตรวจเอดส์ รู้ผลทันที ความแม่นยำสูง

ปัจจุบันการตรวจหาเชื้อ HIV เป็นเรื่องที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าสมัยก่อนมาก หลังจากที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ปลดล็อคให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึง ชุดตรวจ HIV ด้วยตนเอง ได้ง่ายขึ้น สามารถตรวจและรู้ผลทันที ใช้เวลาไม่นาน สามารถตรวจได้เองที่บ้านและให้ผลแม่นยำสูงไม่ต่างกับการไปตรวจที่โรงพยาบาล เพื่อเป้าหมายการลดโอกาสการติดเชื้อรายใหม่ และรู้ผลเร็วเพื่อนำไปสู่การรักษาและป้องกันที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที

 

ชุดตรวจ HIV ในปัจจุบันนี้ สามารถเชื่อถือได้หรือยัง?

ปัจจุบันชุดทดสอบหาเชื้อเอชไอวี ให้ผลความแม่นยำเกิน 99 % แล้ว ซึ่งไม่ต่างจากการไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลหรือคลีนิก หากใช้ เครื่องตรวจเอดส์ อย่างถูกวิธี ในระยะเวลาที่เหมาะสมหลังเสี่ยง หรือไม่อยู่ในช่วง Window period (ระยะเวลาที่ยังตรวจไม่พบเชื้อ แม้จะมีเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เพราะร่างกายยังไม่สร้าง Antibody หรือมี Antibody น้อยมาก หรือมีจำนวน Antigen น้อยมาก )  ปฏิบัติตามคู่มือการใช้งานอย่างถูกต้อง ดังนั้นปัจจุบัน ชุดตรวจ HIV ด้วยตนเอง จึงมีความแม่นยำสูง และสามารถเชื่อถือได้

แต่หากดูในปัจจุบันจะเห็นว่า มีชุดตรวจจำนวนมากที่คนทั่วไปสามารถหาซื้อได้ โดยมีทั้งชุดตรวจที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องจาก อย. และชุดตรวจที่ไม่ผ่านการรับรอง การเลือกชุดตรวจที่มีประสิทธิภาพสูง หวังผลได้ ผู้ซื้อจึงต้องตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐานของสินค้าและร้านที่ซื้อเป็นอย่างดี ที่สำคัญควรเลือกซื้อจากร้านที่มีความน่าเชื่อถือ มีเลข อย ที่สามารถตรวจสอบได้ว่าชุดทดสอบนั้นผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน หากผลตรวจออกมาเป็นบวก เราก็ต้องไปตรวจเลือดยืนยันผลจากแพทย์อีกครั้ง เพื่อยืนยันผลว่าเป็นบวกจริง หรือ บวกปลอม และ หากผลตรวจออกมาแล้วได้ผลเป็นลบ แม้จะสามารถสบายใจได้แล้ว แต่ก็แนะนำให้มีการตรวจย้ำสัก 2 ชุดขึ้นไป เพื่อยืนยันความแม่นยำ ป้องกันความผิดพลาด

 

การตรวจหาเชื้อ จากชุดตรวจเอชไอวี ด้วยตัวเอง มีหลักๆ ดังนี้

– การตรวจด้วยการเจาะเลือดนิ้วมือ หากนึกภาพตามก็จะคล้ายๆ ลักษณะการตรวจน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน โดยการตรวจหาเชื้อแบบนี้จะเป็นการเจาะเลือดจากปลายนื้วมือ แล้วนำตัวอย่างเลือดหยดลงบนแผ่นทดสอบ จากนั้นจึงอ่านค่าที่ได้จากแผ่นทดสอบ โดยการตรวจแบบนี้จะมีความแม่นยำสูง รู้ผลทันที จะให้ผลที่มีความแม่นยำมากถึง 99.9%

– การตรวจหาเชื้อโดยการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อกระพุ้งแก้ม หรือบริเวณเหงือก โดยจะใช้ก้านสำลีเช็ด จากนั้นเก็บลงในหลอดที่มาพร้อมกับชุดตรวจเอชไอวี การตรวจหาเชื้อในรูปแบบนี้จะเหมาะสำหรับคนที่กลัวเข็ม ไม่ต้องเจาะเลือด แต่ก็จะให้ความแม่นยำที่ 92% และการแปลผลจะใช้เวลาภายใน 20 นาที

ชุดตรวจเชื้อ HIV ด้วยตนเอง ผู้ตรวจจำเป็นต้องทำความเข้าใจวิธีการใช้จากคู่มือ และวิธีอ่านค่าอย่างละเอียด เพราะการตรวจเอง ไม่ได้มีความชำนาญเหมือนแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลที่ใกล้เคียงกับความจริงมากที่สุดควรให้ความสำคัญในส่วนนี้อย่างมาก ในกรณีที่ใช้เครื่องตรวจเอดส์ไม่ถูกต้อง เช่น ตรวจหลังเสี่ยงเร็วเกินไป หยดเลือดน้อยหรือมากเกินไป หรือกรณีอื่นๆ อาจส่งผลให้การตรวจมีความผิดพลาด ทำให้การอ่านค่าจากชุดตรวจผิด ดังนั้น การตรวจเพียงครั้งเดียว อาจไม่สามารถยืนยันผลที่แน่ชัด 100% ได้ เพราะชุดตรวจเป็นการตรวจสอบเพียงเบื้องต้นเท่านั้น

 

การยุติปัญหาเอดส์ โดยการปลดล็อคให้ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึงการตรวจ HIV อย่างง่ายนั้น เป็นการเพิ่มทางเลือกและความสะดวกในการตรวจ แทนที่ต้องไปตรวจที่สถานพยาบาล ที่อาจทำให้เสียเวลา เสียการเสียงาน บางคนอาจจะอายที่ต้องไปตรวจหาเชื้อ ก็จะทำให้ประชาชนทราบถึงสถานะการติดเชื้อเอชไอวีตั้งแต่ระยะเริ่มแรกได้ง่ายมากยิ่งขึ้น มีโอกาสป้องกันและลดการถ่ายทอดเชื้อไปยังบุคคลอื่น ดังนั้น การมีชุดตรวจเอดส์ ด้วยตนเอง วางจำหน่ายให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย จึงถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะเป็นอีกช่องทางที่จะช่วยให้การควบคุมโรคและสถานการณ์ของโรคเอดส์ในปัจจุบันดีขึ้น

 

ในเรื่องของคุณภาพของชุดตรวจนั้น นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ” ชุดตรวจนี้จะมีการกำหนดคุณภาพมาตรฐานของชุดตรวจ ลักษณะภาชนะบรรจุของชุดตรวจ การแสดงฉลาก เช่น ข้อบ่งใช้ วิธีการใช้ วิธีการเก็บรักษา คำเตือน ข้อควรระวัง องค์ความรู้เกี่ยวกับระยะการตรวจหาการติดเชื้อไม่พบของชุดตรวจนั้นๆ แบบประเมินความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV ด้วยตนเอง ช่องทางการให้ข้อมูลสนับสนุนของผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าในการใช้ชุดตรวจดังกล่าวผ่าน QR Code สาธิตวิธีการตรวจ การสรุปผล การเชื่อมเข้าสู่ระบบบริการ และการแปลผลด้วย แต่อย่างไรแล้วนั้นก็ควรศึกษาและใช้ให้ถูกวิธีตามคู่มือ ถึงจะได้ประสิทธิภาพและความแม่นยำมากที่สุด ”  อย่างไรก็ดี ในผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี การเข้าถึงชุดตรวจและทดสอบได้อย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้สามารถเริ่มรักษาได้ทันท่วงที ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

 

หากอยากมั่นใจในทุกครั้งที่ตรวจ โปรดซื้อชุดตรวจเอชไอวีกับร้านที่น่าเชื่อถือและมีมาตรฐานรับรอง

สนใจสินค้า แตะที่ QR Code หรือ สแกน Add LINE สอบถามได้เลยค่ะ

 

สั่งซื้อชุดตรวจ hiv

 

ชุดตรวจ hiv ด้วยตนเอง ราคาถูก

ชุดตรวจเอชไอวี ราคา

Open post
ไตรกลีเซอไรด์สูง

ไตรกลีเซอไรด์สูง รักษาได้ ลดด่วนๆ ก่อนอันตรายถึงชีวิต

หากร่างกายต้องประสบกับ ไตรกลีเซอไรด์สูง ต่อเนื่องยาวนาน อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อร่างกายได้เลย เช่น ไขมันเกาะผนังหลอดเลือด เลือดไม่พอเลี้ยงหัวใจ สมอง และอาจเป็นโรคตับได้ เป็นต้น แต่ค่าไตรกลีเซอไรด์ที่พุ่งสูงทะลุเพดานนั้น ก็ใช่ว่ามันจะลดลงไม่ได้ หากดูแลร่างกายอย่างถูกต้อง

ไตรกลีเซอไรด์สูง คือ

ไตรกลีเซอไรด์สูงที่หลาย ๆ คนกำลังเผชิญอยู่นั้น คือ ภาวะที่ร่างกายของเรามีระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดที่สูงกว่าปกติที่ควรจะเป็น ซึ่งเจ้าไตรกลีเซอไรด์นั้น เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายของเราสังเคราะห์ขึ้นเองได้ และมาจากการกินอาหารบางประเภทเข้าไป เช่น น้ำมัน เนย หรืออาหารพวกไขมันต่าง ๆ 

สาเหตุหลัก ไตรกลีเซอไรด์สูง

การเกิดไตรกลีเซอไรด์สูงนั้นมักเกิดจากการกินอาหารไม่ถูกหลัก หรือกินอาหารที่มีพวกไขมันสูง ของหวานน้ำตาลสูง ทำให้มันเข้าไปคั่งค้างในเลือด ในร่างกายมากเกินความจำเป็น หรืออีกสาเหตุหนึ่งเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในร่างกาย เพราะกระบวนการสลายแอลกอฮอล์จะไปกระตุ้นตับให้ผลิตไตรกลีเซอไรด์มากขึ้นได้

อันตราย ไตรกลีเซอไรด์สูง

เมื่อระดับไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่มีท่าทีจะลดลง จะทำให้เลือดที่ไหลเวียนไปทั่วร่างมีความเข้มข้น หรือมีความเหนียวสูง มันอาจจะจับตัวกันเป็นลิ่มทำให้ไปอุดตัน บดบังทางเดินเลือด ทำให้เลือดไม่พอไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย นำมาซึ่งความเสี่ยงต่อหลาย ๆ โรค ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจ สมอง ขาดเลือด อัมพาต อัมพฤกษ์ ความดันโลหิตสูง ตับอ่อนอักเสบ เป็นต้น

แบบไหนเรียกสูง แบบไหนถึงธรรมดา

การตรวจหาค่าระดับไตรกลีเซอไรด์ สามารถทำได้โดยการเจาะเลือดขึ้นมาตรวจหาค่า โดยค่าไตรกลีเซอไรด์มีหลายระดับ ดังนี้ 

  • ระดับไตรกลีเซอไรด์น้อยกว่า 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หมายถึง ไตรกลีเซอไรด์อยู่ในระดับปกติ
  • ระดับไตรกลีเซอไรด์ 150-199 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หมายถึง ไตรกลีเซอไรด์อยู่ในระดับคาบเส้น
  • ระดับไตรกลีเซอไรด์ 200-499 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หมายถึง ไตรกลีเซอไรด์อยู่ในระดับสูง
  • ระดับไตรกลีเซอไรด์ 500 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป หมายถึง ไตรกลีเซอไรด์อยู่ในระดับสูงอันตราย

ไตรกลีเซอไรด์สูง สร้างความเสียหายต่อตับ

ไม่เพียงแต่หัวใจและสมองเท่านั้นที่เจ้าไขมัน หรือไตรกลีเซอไรด์สูง มันจ้องจะเล่นงาน ตับก็เป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่พลอยได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ โดยตับมีหน้าที่ในการนำไตรกลีเซอไรด์สูงเหล่านั้นบางส่วนไปจัดเก็บ ไว้เป็นพลังงานสำรอง แต่ทว่า หากมันดันมีมากเกินไป และไม่ถูกเอาออกมาใช้เลย อาจนำไปสู่โรคไขมันพอกตับ ได้อย่างง่ายดาย และหากยังทิ้งไว้นาน ๆ จากไขมันพอกตับ อาจจะพัฒนาความโหดเหี้ยมไปสู่โรคตับแข็ง และมะเร็งตับได้เลย

ลดไตรกลีเซอไรด์ ด้วย Artichoke

แน่นอนว่าค่าตัวเลขวัดระดับต่าง ๆ มันสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ การที่มันพุ่งสูงทะลุปรอทก็ใช่ว่ามันจะไม่สามารถขยับลดลงมาได้เลย ซึ่งมีหลายวิธีด้วยกันที่จะช่วยให้ค่าไตรกลีเซอไรด์จะกลับมาอยู่ในภาวะปกติ 

Artichoke เป็นสมุนไพร มีประสิทธิภาพในการลดไตรกลีเซอไรด์สูง ให้กลับมาอยู่ในภาวะปกติ ได้ และยังช่วย ไขมันในเลือด และน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี 

ทั้ง Artichoke ยังได้รับการยกย่องจากหลาย ๆ สถาบันวิจัยทั่วโลกว่า เป็นพืชบำรุงตับที่ดีที่สุด เพราะมีความสามารถทั้งลดไขมันพอกตับ ลดและป้องกันการอักเสบที่อาจจะเกิดขึ้น ปรับสมดุลลำไส้ จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นตับแข็ง และมะเร็งตับได้ 

ลดไตรกลีเซอไร์สูง ด้วยการปรับพฤติกรรม

1.ออกกำลังกาย การออกกำลังกาย ร่างกายจะนำไตรกลีเซอไรด์ที่ไหลเวียนวนในเลือดของเราออกมาใช้เป็นพลังงาน หากทำบ่อย ๆ อาทิตย์ละ 3 ครั้ง ครั้งละครึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมง ก็ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์สูงได้เช่นกัน 

2. ลดน้ำหนัก และควบคุมอาหาร จะช่วยให้ปริมาณไตรกลีเซอไรด์ และไขมันในร่างกายนั้นไม่เพิ่มมากขึ้น ทั้งหากพยายามปรับสัดส่วน ลดไขมันลง อาจทำให้ร่างกายดึงไตรกลีเซอไรด์ที่หลบซ่อน และแอบตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานได้อีกด้วย 

3.เลิกแอลกอฮอล์ เพราะบรรดาเหล้ายาสุราเบียร์นั้นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดไตรกลีเซอไรด์สูง หนำซ้ำยังอาจทำให้โรคตับขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย การพยายามลดแอลกอฮอล์จึงเป็นวิธีหนึ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้ระดับไตรกลีเซอไรด์กลับมาอยู่ในภาวะปกติเช่นกัน

LIVPRO อาหารบำรุงตับ กลีเด์

LIVPRO เป็นอาหารเสริมบำรุงตับ ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND ที่มีส่วนผสมของ ราชาการบำรุงตับอย่าง อาร์ติโชค (Artichoke) และสุดยอดสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย

Open post
ไขมันในเลือดสูง

ไขมันในเลือดสูง อันตรายทั้งตับ ทั้งหัวใจ แม้ไม่อ้วนก็เสี่ยงได้

ไขมันในเลือดสูง คือ โรคที่มีระดับไขมันในเลือดสูงกว่าคนปกติทั่วไป ซึ่งแม้ว่าอาการของโรคอาจไม่ได้มีความผิดใดๆเลย แต่มันจัดว่าเป็นโรคที่ควรรักษา หรือแก้ไขโดยไว เพราะหากให้มันดำเนินต่อไป รับรองเลยว่ามีโรคแทรกซ้อนเข้าแถวรอจะเข้ามาทำร้ายชีวิตคุณแน่นอน ซึ่งไขมันในในเลือด แบ่งออกเป็น 2 ประเภท 

ไขมันในเลือดสูง มีอะไรบ้าง 

1.คอลเลสเตอรอลสูง 

คอลเลสเตอรอล คือ ไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายเราสามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ที่ตับ และอีกส่วนหนึ่งคือเกิดขึ้นจากการรับประทานอาหารเข้าไปในร่างกาย (พบมากในเนื้อสัตว์) ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต เพราะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะสมอง 

แต่ทว่าหากได้รับในปริมาณที่มากเกินความต้องการของร่างกาย สูงกว่าชาวบ้านชาวช่อง มากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร จากคุณประโยชน์มันจะกลายเป็นโทษแทน เตรียมรับหายนะที่อาจจะเกิดขึ้นได้เลยหากไม่รีบรักษาให้มันลดหายไป

คอลเลสเตอรอลชนิดความหนาแน่นต่ำ หรือ LDL 

ซึ่งเป็นชนิดที่ค่อนข้างอันตราย ยิ่งมีมากเท่าไหร่ ยิ่งเสี่ยงต่ออันตรายมากเท่านั้น เพราะมันจะเข้าไปสะสสมตัวเองตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบตัน คอยขัดขวางการไหลเวียนเลือดในร่างกาย โดยปกติในร่างกายของคนทั่วไป ไม่ควรมีปริมาณเกิน 140 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร 

คอลเลสเตอรอลชนิดความหนาแน่นสูง หรือ HDL

ส่วนเจ้าไขมันคอลเลสเตอรอลตัวนี้ จะเป็นตัวที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ยิ่งมีมากเท่าไหร่ ยิ่งดีมากเท่านั้น เพราะมันจะทำหนาที่ นำพา LDL ที่แอบอยู่ตามหลอดเลือดไปทำลายทิ้งที่ตับ ช่วยให้เลือดกลับมาไหวเวียนได้เต็มที่ ลดความเสี่ยงโรคต่างๆ ซึ่งในร่างกายคนทั่วไป ไม่ควรจะมีเจ้า HDL ต่ำกว่า 60 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร 

2.ไตรกลีเซอไรด์สูง 

ไตรกลีเซอไรด์ เป็นไขมันอีกชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกายเช่นกัน เพราะมีหน้าที่ทั้งเป็นส่วนหนึ่งของเยื่อหุ้มเซลล์ ทำให้เซลล์ในร่างกายแข็งแรง ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เอง และได้จากการกิน แต่ก็เช่นเดียวกับเจ้าคอลเลสเตอรอล คือ มีมากไปก็กลายเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ เพราะมันจะไปอุดตัน และสะสมฝังตัวเองไปตามอวัยวะต่างๆ โดยคนทั่วไปไม่ควรมีเกิน 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

ไขมันในเลือดสูง เสี่ยงโรคหัวใจ สมองขาดเลือด 

เจ้าไขมันในเลือดสูงนี้ หลังจากที่มันไปเกาะแกะอุดตันตามผนังหลอดเลือด ทำให้บดบังเลือดไม่ให้เดินทางไหลเวียนได้สะดวก กลายเป็นหลอดเลือดแข็งตัว ตียตัน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อหัวใจที่มีหน้าที่สูบฉีดเลือด ส่งผลให้เป็นโรคหัวใจขาดเลือด และยังส่งผลให้เกิดโรคเส้นเลือดในสมองตีบ เสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตย์ ได้อีกเช่นกัน 

เสี่ยงโรคไขมันพอกตับ 

อย่างที่บอกว่า ระดับไขมันในเลือดสูง และไตรกลีเซอไรด์สูง มันจะไปฝังตัวแอบซ่อนอยู่ตามอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย และตับก็เป็นหนึ่งในนั้น มันจะเข้าไปสะสมอยู่ที่เซลล์ตับ หากได้รับติดต่อกันเป้นระยะเวลานาน ไขมันชนิดนี้มันจะเพิ่มพูนสูงขึ้น จนอาจกลายเป็นโรคไขมันพอกตับ ซึ่งทำให้การทำงานของตับต่ำลง ทั้งการสร้างน้ำดีย่อยอาหาร การกำจัดการพิษ การให้พลังงานร่างกาย อีกทั้งที่น่ากลัวคือ ไขมันพอกตับ มันคือต้นเหตุของโรคร้ายอย่าง เบาหวาน ตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับ ได้เลย

สาเหตุไขมันในเลือดสูง 

  • การกิน โดยเฉพาะอาหารจำพวกแป้ง ไขมัน ของหวาน ของทอด 
  • โรคอ้วน มักจะมาพร้อมกับอาการน้ำตาลในเลือดสูง และไขมันในเลือดสูง
  • กรรมพันธุ์ ทำให้มีความบกพร่องในการเผาผลาญสารไขมัน ซึ่งถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ได้
  • โรคเบาหวาน ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งอาจนำไปสู่ไขมันในเลือดสูงได้เช่นกัน  
  • สูบบุหรี่ บุหรี่มีสารที่กระตุ้นให้คอลเลสเตอรอลสูงขึ้น
  • ดื่มเหล้า และแอกอฮอล์ ที่ถูกจำกัดออกไปจากร่างกาย จะเกิดกรดไขมันซึ่งจะกลายเป็นไขมันตามมา
  • การไม่ออกกำลังกาย ทำให้ไขมันที่ถูกสะสมอยู่ตามอวัยวะต่างๆ และในเลือด ไม่ถูกนำมาใช้งาน 

รักษา ไขมันในเลือดสูง จากอาการและสาเหตุ 

ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่ทำให้ไขมันในเลือดและในร่างกายลดลง เพราะร่างกายจำเป็นต้องดึงพลังงานจากไขมันมาใช้ เพราะฉะนั้นหากใครที่กำลังต้องการวิ่งหนีจากปัญหา ไขมันในเลือดสูง ก็ควรออกกำลังกายวันละครึ่งชั่วโมง อาทิตย์ละ2-3วัน

ควบคุมอาหาร 

การกินนับเป็นสาเหตุหลักๆของโรคไขมันในเลือดสูง การควบคุมการกิน โดยหลีกเลี่ยงของทอด ของหวาน แป้ง ไขมัน จึงเป็นวิธีที่จะไม่เพิ่มไขมันให้ร่างกาย ร่างกายจะได้ไปดึงไขมันส่วนเกินของร่างกายมาใช้งาน 

เลิกบุหรี่ งดสุรา

แอลกอฮอล์ และบุหรี่ ถูกจัดให้เป็นสิ่งที่เป็นภัยต่อร่างกาย เพราะนอกจากจะทำลายตับ ทำลายปอดแล้ว มันจะเต็มไปด้วยสารอนุมูลอิสระที่จะเข้ามาทำลายอวัยวะอื่นๆทั่วร่างกาย และเป็นตัวการเพิ่มไขมันและคอลเลสเตอรอลในร่างกายอีกด้วย 

Artichoke สารสกัด ลดไขมันในเลือด บำรุงตับ

อาร์ติโชค (Artichoke) เป็นพืชที่มีความสามารถหลากหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการบำรุงตับ ทั้งลดไขมันพอกตับ และยังช่วยลดปัญหาตับอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนได้รับการยกย่องจากสถาบันวิจัยหลายแห่ง ว่าเป็น ราชาแห่งการบำรุงตับ 

แต่หนึ่งในความสามารถที่น่าทึ่งของมันคือ ประสิทธิภาพการลดไขมันในเลือดในระดับสูงสุด ทั้งช่วยลดระบบคอเลสเตอรอลที่เป็นอันตราย และระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สร้างความเสียหายต่อร่างกาย ให้กลับมาอยู่ในภาวะสมดุลต่อร่างกาย ลดความเสี่ยงทั้งโรคไขมันพอกตับ โรคหัวใจและสมองขาดเลือด อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงเบาหวานได้อีกเช่นกัน

โดยการตรวจความผิดปกติของระดับไขมันในเลือดนั้น จะหาได้จากการตรวจเลือด โดยการตรวจสุขภาพ เพราะฉะนั้นเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นควรตรวจสุขภาพประจำปี อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อตรวจหาความผิดปกติของร่างกาย อย่าประมาทละเลยคิดว่าตัวเองแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา มิเช่นนั้นจากอาการที่ไม่ได้รุนแรง มันอาจลุกลามบานปลายจากโรคแทรกซ้อนอย่างที่คุณคิดไม่ถึงเลยก็เป็นได้ 

Open post
โรคตับ

โรคตับ 13 สัญญาณอันตราย ปล่อยไว้ร้ายแรงแน่ ต้องรีบรักษา 

โรคตับ ถือเป็นโรคที่เกิดง่าย แต่หายยาก อีกทั้งไม่ว่าจะเป็น ไขมันพอกตับ ตับแข็ง ไวรัสตับอักเสบ ล้วนแต่มีจุดหมายออันตรายยู่ที่เดียวกันคือ โรคตับแข็งและมะเร็งตับ นั่นเอง ซึ่งบรรดาโรคตับเหล่านี้ล้วนแต่เป็นโรคที่ไม่ค่อยแสดงอาการออกมาให้เห็น แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีสัญญาณใดๆบอกล่วงหน้าเลย โดยสัญญาณที่กำลังบอกว่าโรคตับกำลังตามหาคุณมีดังนี้ 

13 สัญญาณโรคตับ ที่ควรระวัง

  • อ่อนเพลีย ง่วงนอนตลอด
  • เหนื่อยง่าย
  • ปวดท้องชายโครงขวา 
  • คลื่นไส้ เบื่ออาหาร
  • น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ
  • ท้องมาน เท้าบวม
  • ตัวตาเหลือง
  • ท้องอืด อาหารไม่ย่อย
  • ปัสสาวะเข้ม อุจจาระซีดเซียว 
  • ป่วยง่าย 
  • น้ำตาลในเลือดสูง 
  • ผิวแห้ง คันผิวหนัง
  • ตอนมีแผล เลือดออกง่ายกว่าปกติ

โรคตับ ที่พบได้มาก 

1.ไขมันพอกตับ 

ไขมันพอกตับ คือ คือโรคตับที่น่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายที่สุด เพียงแค่พฤติกรรมการกินที่ไม่ถูกหลัก ก็ก่อให้เกิดโรคได้แล้ว ซึ่งคนไทยกำลังป่วยด้วยโรคไขมันพอกตับมากกว่า 40% แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยรู้ตัวเลย โดยไขมันพอกตับ ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุดังนี้  

  • ได้รับสารอาหารมากเกินความจำเป็นของร่างกายติดต่อกันนาน ทำให้ตับต้องแปลงสารอาหารส่วนเกินเป็นพลังงานสำรองในรูปของไขมัน และจัดเก็บที่ตับ หากไขมันเหล่านี้สะสมเข้าไปมากๆ จะก่อให้เกดโรคไขมันพอกตับ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของตับโดยตรง 
  • ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ เมื่อแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย ตับจ้องกำจัดมันออกไป ซึ่งจะเกิดกรดไขมันขึ้น ซึ่งกรดไขมันจะรวมกันกลายเป็นไขมันและพอกพูนที่ตับ เกิดเป็นไขมันพอกตับตามมาได้เช่นกัน 
  • ป็นเบาหวานไม่ควบคุมน้ำตาล หากว่าผู้ป่วยเบาหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินความต้องการของร่างกายบ่อยๆ น้ำตาลส่วนเกินนี้จะถูกแปลงค่าให้เป็นไขมันและสะสมอยู่บริเวณตับ ยิ่งน้ำตาลสูงบ่อย ยิ่งมีโอกาสเป็นไขมันพอกตับมากเท่านั้น 

2.ตับอักเสบ ที่ไม่ได้เกิดจากไวรัส 

  • ตับอักเสบ คือ อาการอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณเซลล์ตับ ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานของตับเช่นกัน ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานต่ำลง กระทบระบบอื่นๆ อวัยวะอื่นๆในร่างกาย เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น  
  • สืบเนื่องจากไขมันพอกตับ  โดยตับที่ถูกไขมันเข้าไปเบียดแทรกเซลล์ตับในปริมาณมาก จะเกิดการอักเสบขึ้น และตับจำเป็นต้องทำลายเซลล์อักเสบนั้นทิ้งไป จากนั้นจะสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทน ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้ตับเกิดรอยแผลเป็นขึ้นมาได้ 
  • การดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เพียงแต่ทำให้เป็นไขมันพอกตับเท่านั้น แต่มันยังทำให้ตับต้องทำงานหนัก และเกิดการอักเสบขึ้นมาโดยตรง สร้างผลกระทบไปทั่วทั้งร่างกาย
  • ได้รับยาสารบางอย่างเข้าไป ก็มีโอกาสที่จะทำให้โรคตับ อย่างตับอักเสบเกิดขึ้นมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาประเภทยาแก้ปวด ยาพาราที่เรากินกันเป็นประจำนั่นเอง รวมไปถึงสารพิษบางประเภทที่เป็นอันตรายต่อตับด้วย 

3.ไวรัสตับอักเสบ 

ไวรัสตับอีกเสบ คือ คือโรคติดต่อที่ไวรัสตับอักเสบมันแฝงตัวแอบเข้าไปทำลายเซลล์ตับอย่างต่อเนื่อง สร้างผลกระทบทั้งต่อตับและแผ่ขยายผลไปยังระบบอื่นๆ ทั่วร่างกาย ทั้งการกำจัดสารพิษ การย่อยอาหาร และอวัยวะอย่างสมอง และไต อาจได้รับผลกระทบไปด้วย 

ซึ่งเชื้อไวรัสตับอักเสบที่พบมากในบ้านเราคือ ไวรัสตับอักเสบบี เพราะมีคนเป็นพาหะนำโรคถึง ประมาณ 5ล้านคน โดยไวรัสตับอักเสบมีดังนี้ 

  • ไวรัสตับอักเสบเอ จะติดต่อกันผ่านทางการดื่มน้ำ กินอาหารที่ปนเปื้อนไวรัสชนิดเอซึ่งอาจจะมาจากอุจจาระของพาหะ 
  • ไวรัสตับอักเสบบีและซี จะติดต่อกันผ่านทางเลือด แม่สู่ลูก เพศสัมพันธ์ และน้ำเหลือง เท่านั้น ไม่ติดต่อทางการกิน
  • ไวรัสตับอักเสบดี เป็นไวรัสที่เรียกได้ว่ารุนแรงที่สุด แต่พบได้น้อยมาก และจะติดได้ในเฉพาะคนที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่แล้วเท่านั้น
  • ไวรัสตับอักเสบอี ไม่ค่อยมีให้พบ แต่ก็สามารถติดต่อได้ทางการดื่มน้ำ กินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคไวรัสอยู่  

4.ตับแข็ง และมะเร็งตับ 

โรคตับ ทั้งไขมันพอกตับ ตับอักเสบ ไวรัสตับอักเสบ มักไม่ค่อยปรากฏอาการออกมาให้เห็น จึงทำให้คนมักไม่รู้ตัว และละเลยที่จะดูแล จนโรคมันดำเนินต่อไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกที ตับก็เสียหายเกินคาดเดา สูญเสียหน้าที่ กลายเป็นตับแข็ง หรือร้ายแรงถึงขั้นมะเร็งตับ ที่ไม่สามารถรักษาได้แล้ว ส่งผลเสียไปทั่วร่างกาย ซึ่งจากสถิติบอกว่ามะเร็งตับ คือมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุด

โรคตับ สร้างความเสียหายต่อร่างกาย

  • การกำจัดสารพิษต่ำลง ทำให้สารพิษเอ่อล้นไหลเวียนไปสร้างความเสียหายให้อวัยวะอื่นๆ ทั้งสมอง ไต และส่วนอื่นๆ อีกมากมาย 
  • ประสิทธิภาพการสร้างน้ำดีต่ำ ซึ่งน้ำดีคือกุญแจสำคัญต่อระบบย่อยอาหาร หากน้ำดีผลิตได้น้อย ทำให้การย่อยอาหารเป็นไปด้วยความยากลำบาก เกิดความเสียหายต่อระบบย่อยอาหารขึ้นมาได้
  • ร่างกายขาดพลังงานหลัก นอกจากการย่อยอาหารจะไม่สมบูรณ์ จนร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอแล้ว ความสามารถในการแปลงสารอาหารที่ได้จากการย่อย ให้เป็นน้ำตาลกลูโคสเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างากยก็ทำได้น้อย ส่งผลกระทบไปทั่วทุกระบบในร่างกาย 
  • โรคตับทำให้ขาดพลังงานสำรอง เมื่อตับไม่สามารถเก็บพลังงานสำรองไว้ได้ ทั้งจากไขมันพอกตับจนเต็มแล้ว หรือาจเกิดจากการอักเสบ ทำให้สารอาหารที่ร่างกายเหลือใช้ คั่งค้างอยู่ในเลือดมากกว่าที่ควรจะเป็น บางคนเกิดอาการน้ำตาลในเลือดสูง เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานตามมาอีกด้วย
  • ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำลง  เพราะตับทำหน้าที่สังเคราะห์โปรตีนบางชนิดที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต และหนึ่งในโปรตีนเหล่านั้นมีส่วนสำคัญกับภูมิต้านทานของร่างกาย หากโรคตับขยับเข้ามาแล้วล่ะก็ ภูมิต้านทานก็ต่ำตามไปด้วย 

การบรรเทาและรักษา โรคตับ 

ก่อนที่โรคตับแสดงความอำมหิตออกมาด้วยตับแข็งและมะเร็งตับ เราควรที่จะรักษาโรคจากสาเหตุ 

  • หากโรคตับเกิดจากแอลกอฮอล์ ก็เพียงแค่ลดละเลิกแอลกอฮอล์ เพราะตับก็ไม่แย่ไปกว่าเก่า และยังมีโอกาสที่จะฟื้นฟูขึ่นได้อีกด้วย
  • หากโรคตับเกิดจากการกินมาก ก็เพียงแค่ควบคุมอาหาร ลดปริมาณการกิน หลีกเลี่ยงแป้ง น้ำตาลและไขมัน และออกกำลังกายเป็นประจำ ควบคู่ไปด้วย ก็ช่วยให้สุขภาพร่างกาย และสุขภาพตับดีขึ้นได้ด้วย 
  • หากเกิดจากการได้รับไวรัสตับอักเสบ ก็จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษา หรือสามารถฉีดวัคซีนป้องกันก่อนที่โรคจะเกิดได้ 
  • หากเกิดจากเบาหวาน ก็จำเป็นต้องควยคุมระดับน้ำตาลในเลือด และพยายามออกกำลังกายเป็นประจำ ควบคุมอาหาร เพื่อไม่ให้ไขมันพอกตับ และลดน้ำตาลในเลือดไปในตัว 

Artichoke ช่วยฟื้นฟูจาก โรคตับ 

Artichoke คือ พืชที่ได้รับการยกย่องว่า มีความสามารถในการบำรุงตับจากโรคตับในระดับสูง เพราะมีความสามารถในการบำรุงตับอย่างรอบด้าน ทั้งการลดไขมันพอกตับ และลดและป้องกันการอักเสบของตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

โดยมีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งชาติโดเนตส์ ประเทศยูเครน ได้ศึกษาและค้นพบว่า หากว่ากินอาร์ติโชค (Artichoke) ติดต่อกันเป็นประจำ จะช่วยลดไขมันที่พอกอยู่ในตับได้ 

และงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences ในประเทศโปแลนด์ ได้ศึกษาและยืนยันว่าอาร์ติโชคสามารถช่วยลดการอักเสบของตับจากพฤติกรรมต่างๆ ได้ เช่น จากไขมันพอกตับ จากการกินยา จากแอลกอฮอล์ เป็นต้น และยังช่วยป้องกันการอักเสบที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกเหมือนกัน

LIVPRO อาหารเสริมบำรุงตับ

Livpro เป็นผลิตภัณฑ์เสริม อาหารบำรุงตับ ควบคุมการผลิตโดย Sergis ประเทศไทย มีราชาแห่งการบำรุงตับอย่าง Artichoke เป็นส่วนผสมหลัก และประกอบไปด้วยสารอาหารบำรุงตับมากมายไม่ว่าจะเป็น Dandelion Root, ชาเขียว, Turmeric (ขมิ้นชัน), กลูต้าไธโอน จากอเมริกา มีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย  

 

Open post
ฟื้นฟูตับ

ฟื้นฟูตับ ด้วยอาหารมหัศจรรย์ 5 ชนิด ป้องกันตับมีปัญหา และรักษาให้แข็งแรง

ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของร่างกาย เพราะมีหน้าที่สุดแสนจะสำคัญ หาใครมาทำแทนก็ไม่ได้ แถมยังข้องแวะแกะเกี่ยวกับแทบทุกระบบในร่างกาย หากตับมีปัญหาขึ้นมาเมื่อไหร่ ร้อยพันโรคภัยอาจจะเข้ามาหา ดังนั้นการดูแลตับจึงไม่จำเป็นต้องรอให้โรคตับมันขยับเข้ามาใกล้เสียก่อน โดยอาหารที่มีคุณสมบัติสุดมหัศจรรย์ในการ ฟื้นฟูตับ  มีดังนี้ 

ฟื้นฟูตับ ด้วย Artichoke (อาร์ติโชค)

Artichoke เรียกได้ว่าเป็นอาหารบำรุงตับที่สมบูรณ์แบบที่สุดชนิดหนึ่ง เพราะมันเป็นพืชที่ฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่ในระดับที่สูงมาก ช่วยป้องปักษ์รักษาเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย และตับก็เป็นหนึ่งในอวัยวะที่ Artichoke ปกป้องเป็นพิเศษ ไม่เพียงเท่านี้ในกรณีของคนที่กำลังประสบปัญหากับโรคตับนั้น Artichoke ยังสามารถมอบความมหัศจรรย์ต่าง ๆ ได้มากมาย 

เพราะสารสกัด cynara scolymus ใน Artichoke มีฤทธิ์ช่วยลดภาวะไขมันพอกตับ ปรับสมดุลของตับ เสริมสร้างการผลิตน้ำดีของตับ เสริมสร้างการงอกใหม่ของเซลล์ตับ เพิ่มประสิทธิภาพระบบไหลเวียนโลหิตในตับ รวมไปถึงลดสารบิลิรูบินซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะดีซ่านได้อีกด้วย  จากสรรพคุณการบำรุงตับชั้นยอดนี้ Artichoke จึงเป็นพืชเมืองหนาวที่ได้รับการยอมรับจากทั่วทุกอาณาเขต มีงานวิจัยจากมหาลัยชั้นนำต่าง ๆ ทั่วโลกมากมายว่า มันคืออาหารบำรุงตับที่ทรงปรสิทธิภาพที่สุด

งานวิจัยยืนยันความสามารถของ อาร์ติโชค (Artichoke)

  • งานวิจัยของ มหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences มหาวิทยาลัยการแพทย์ในประเทศโปแลนด์ ยืนยันว่า Artichoke สามารถลดภาวะไขมันพอกตับ ช่วยฟื้นฟูและป้องกันไม่ให้ตับเกิดการอักเสบจากพฤติกรรมต่าง ๆ ได้  เช่นการดื่มแอลกอฮอล์ การกินยามากเกินไป จากไขมันพอกตับ เป็นต้น
  • งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งชาติโดเนตส์ ประเทศยูเครน เกี่ยวกับการกิน Artichoke พบว่า การกิน Artichoke ทุกวันเป็นระยะเวลา 2 เดือน สามารถลดอาการไขมันพอกตับ ที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ และช่วยบรรเทาอาการตับอักเสบได้เป็นอย่างดี 

ฟื้นฟูตับ ด้วย กะหล่ำปลี 

กะหล่ำปลี และพืชตระกูลกะหล่ำอื่น ๆ เช่น บล็อคโคลี กำหล่ำดอก ก็เป็นหนึ่งในอาหารบำรุงตับเช่นกัน เป็นเพราะ มันมีสรรพคุณในการเสริมสร้างการทำงานของตับ ประกอบไปด้วยสารกลูต้าไธโอน ทำให้มีฤทธิ์ในการ่วยล้างสารพิษตับ อีกทั้งยังมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะเข้ามาทำลายตับได้ด้วย 

ฟื้นฟูตับ ด้วย ขมิ้นชัน 

ขมิ้นชัน ดูผิวเผินแล้วอาจจะดูเป็นเพียงสมุนไพรพื้นบ้านธรรมดา ที่มีฤทธิ์ช่วยขับลม แก้ท้องอืด เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว ขมิ้นชันนั้นเรียกได้ว่าเป็นอาหารบำรุงตับที่มีความสามารถสูงมาก เพราะมันแอบซ่อนสารที่มีชื่อว่า Curcumin ที่มีฤทธิ์ในการต้านทานความอักเสบ ช่วยลดอาการอักเสบของตับลง และช่วยลดภาวะไขมันพอกตับ ให้ตับกลับมาทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทุกระบบกลับมาแข็งแรง เพราะฉะนั้นขมิ้นชันจึงเป็นวัตถุดิบที่เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหากับโรคตับ และคนที่ต้องการบำรุงตับโดยเฉพาะ

ฟื้นฟูตับ ด้วย ชาเขียว 

ชาเขียวถือเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมชมชอบจากคนทั่วโลก และปัจจุบันนี้หาซื้อดื่มหรือนำมาเป็นส่วมผสมที่ลงตัวของอาหารได้ค่อนข้างง่าย โดยในชาเขียวนั้นจะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันไม่ให้ตับถูกมันเข้ามาทำลาย ไม่เพียงเท่านี้ชาเขียวยังช่วยลด และยับยั้งการสะสมไขมันไว้ที่ตับ ซึ่งเป็นที่มาของตับแข็ง และมะเร็งตับได้ จึงไม่แปลกอะไรที่ชาเขียวจะถูกยกย่องว่าเป็นอาหารบำรุงตับชนิดนหนึ่ง

แต่ทว่าน้ำชาเขียวที่เรามักดื่มดับกระหายคลายร้อนมาพร้อมความชื่นใจมักจะมีส่วนผสมของน้ำตาลเป็นหลัก หากดื่มเข้าไปมาก ๆ แทนที่ตับจะได้รับการบำรุง แต่น้ำตาลวานเจี๊ยบนั้นเมื่อได้รับเกินความจำเป็น มันจะไปสะสมที่ตับแทน และมันอาจจะวกกลับมาทำร้ายเราในรูปของไขมันพอกตับแทน เพราะฉะนั้นควรเลือกกิน ดื่ม ชาเขียวที่มีคุณภาพ และระวังเรื่องน้ำตาลด้วย  

ฟื้นฟูตับ ด้วย อะโวคาโด 

พลังวิเศษต่อตับของเจ้าอะโวคาโด คือ มันเป็นพืชที่อุดมไปด้วยกลูต้าไธโอน ที่มีฤทธิ์ในการล้างพิษและทำลายสารพิษที่สะสมในตับ อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระต่าง ๆ ที่หลุดรอดเข้ามาในร่างกาย ไม่ให้มันมาทำลายตับ และส่วนอื่น ๆ และวิตามินอี วิตามินอีเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แฝงกายร่ายมนตร์อยู่ในอะโวคาโด ซึ่งมันเป็นวิตามันที่ทำหน้าที่ในการดูดซับอนุมูลอิสระ ที่จ้องจะทำลายตับโดยตรง และยังช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือดและการอุดตันของเส้นเลือด ลดการเกิดกระบวนการอักเสบของตับและอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกายได้

ลดแป้ง แยกขาดจากเหล้า เข้ายิมออกกำลังกาย

นอกจากนี้แล้วการบำรุงตับยังสามารถทำได้อีกหลายวิธี ไม่ได้จำกัดเพียงแค่กินอาหารบำรุงตับเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ลดแป้ง ไขมัน ต้นเหตุของไขมันพอกตับ พยายามงดและเลี่ยงหลีกวิ่งหนีจากสุราแอลกอฮอล์ ที่อาจทำให้ตับอักเสบได้ อีกทั้งควรออกกำลังกายอย่างเป็นประจำเพราะนอกจากตับจะแข็งแรงแล้ว ร่างกายโดยรวมก็แข็งแรงร่วมไปด้วย 

แต่หากใครที่กำลังประสบกับปัญหาเกี่ยวกับโรคตับต่าง ๆ สิ่งที่ควรทำคือการเข้าปรึกษากับแพทย์โดยตรง พร้อมกับบำรุงรักษาตับตัวเองอยู่ตลอด ควบคู่ไปกับการตรวจค่าตับไม่ให้เกิดการอักเสบอยู่อย่างสม่ำเสมอด้วย Livpro อาหารบำรุงตับ ที่มีส่วนผสมของ Artichoke วิตามินอี ชาเขียว ขมิ้นชัน และกลูต้าไธโอน

LIVPRO อาหารเสริมบำรุงตับ

Livpro เป็นผลิตภัณฑ์เสริม อาหารบำรุงตับ ควบคุมการผลิตโดย Sergis ประเทศไทย มีราชาแห่งการบำรุงตับอย่าง Artichoke เป็นส่วนผสมหลัก และประกอบไปด้วยสารอาหารบำรุงตับมากมายไม่ว่าจะเป็น Dandelion Root, ชาเขียว, Turmeric (ขมิ้นชัน), กลูต้าไธโอน จากอเมริกา มีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย  

Open post
โรคกระเพาะอาหาร

โรคกระเพาะอาหาร อาการปวดท้องทรมาน อึดอัดอยู่ข้างใน

ถึงแม้ว่าโรคกระเพาะ หรือ โรคกระเพาะอาหาร จะเป็นโรคที่ไม่ได้อันตรายร้ายแรงอะไรมากนัก แต่ทว่าอาการมาของมันที่มาในแต่ละครั้งนั้นก็สร้างความทรมานในช่องท้องไม่ใช่น้อย ๆ อีกทั้งมันยังเป็นโรคที่สามารถวนกลับมาเป็นใหม่ได้ตลอด ถ้าหากว่าเราไม่รู้จักป้องกันเอาไว้

โดยปกติกระเพาะอาหารมีหน้าที่เป็นจุดพักอาหาร และทำการหลั่งน้ำย่อยอาหารประเภทโปรตีน และไขมัน ก่อนที่จะเดินทางไปสู่ลำไส้เล็ก กระเพาะของคนเรามีความจุอยู่ที่ประมาณ 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร แต่มันสามารถขยายตัวได้ถึง 40-60 เท่า หรือประมาณ 2,000-3,000 ลูกบาศก์เซนติเมตร แต่หากการหลั่งน้ำย่อยเกิดความผิดปกติ หรือเกิดแผลในกระเพาะอาหาร อาจต้องทำให้เจ็บปวดทรมานจากโรคกระเพาะอาหารได้

ความทรมานจากอาการของ โรคกระเพาะอาหาร

โรคกระเพาะเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันทันใด แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่นานก็หายไป ซึ่งในแต่ละครั้งที่มันมา มันกลับไม่ได้มาเล่น ๆ มันมาพร้อมกับสร้างความทรมาน บางคนถึงกับต้องร้องโอดครวญให้กับความแปรปรวนของกระเพาะอยู่ข้างใน

โดยอาการจะมี เช่น รู้สึกปวดท้องเจ็บจุกใต้ลิ้นปี่ บางครั้งอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ไม่ค่อยอยากกินอะไรสักเท่าไหร่ ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย อาการปวดเหล่านี้สามารถเป็นได้ทั้งก่อนกินข้าวและหลังกินข้าว มักจะเดี๋ยวก็เป็น เดี๋ยวก็ปวด เดี๋ยวก็หาย วันหนึ่งปวดไม่รู้กี่ครั้ง และเมื่อเป็นแล้วหากไม่ดูแลเรื่องการกินให้ดี มันก็จะกลับมาเยือนคุณได้ตลอดเวลา

สาเหตุของ โรคกระเพาะอาหาร

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ นั้นถูกเรียกรวมไปถึงการอักเสบของลำไส้เล็กส่วนต้นด้วย เกิดขึ้นจากการที่กระเพาะมีการกลั่งกรด น้ำย่อยมาเกินไป และเผอิญว่าความต้านทานต่อกรดของเยื่อบุกระเพาะและลำไส้มันดันลดลง จนเกิดเป็นแผล สร้างความเจ็บปวดต่อมา ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

  • การติดเชื้อแบคทีเรีย เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร ทำให้ผนังกระเพาะอาหารอ่อนแอ
  • ความเครียดขั้นรุนแรง ภาวะซึมเศร้า พักผ่อนไม่พอ นอนไม่หลับ
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม ชา กาแฟ ที่สร้างความระคายเคืองต่อกระเพาะ
  • พฤติกรรมการกินไม่ตรงเวลา กินมากเกินไป กินเร็วเกินไป ก็เป็นสาเหตุโรคกระเพาะอาหารได้
  • การกินยาจำพวก Aspirin, Ibuprofen หรือยาซองแก้ปวด

อันตรายแฝงจากอาการที่ไม่อันตราย

เพราะอาการของโรคกระเพาะนั้นดูไม่ได้ร้ายแรงอะไร จนหลายคนเลิกที่จะปล่อยปะละเลยการดูแลเอาใจใส่ รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองนั้นสนิทสนมกับโรคกระเพาะ แต่ก็ยังคงทำพฤติกรรมทำร้ายกระเพาะต่าง ๆ ทั้งกินไม่เป็นเวลา ดื่มเครื่องดื่มที่ระคายเคืองกระเพาะ เครียดหนัก เป็นต้น เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายหมดความอดทน ระวังไว้เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นเข้ามาเพิ่ม เช่น ภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหาร กระเพาะทะลุ และกระเพาะอุดตัน ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้เลย

การป้องกันบรรเทาโรคกระเพาะ

อาการเรื้อรังเป็นแล้วกลับมาเป็นอีก เป็นหนึ่งสิ่งที่มักจะมาคู่กับโรคกระเพาะอาหาร ไม่ว่าเราจะอยากหนีหายจากมันเท่าไหร่ แต่หากเราเผลอไปทำพฤติกรรมไม่ดีต่อกระเพาะอาหารเมื่อไหร่ มันก็พร้อมจะกลับมาได้เสมอ ดังนั้นวิธีที่จะไกลห่างจากมันได้ ควรต้องดูแลท้องไส้ให้ดีหลีกหนีจากสาเหตุกระเพาะ ด้วยวิธีการดังนี้

  1. ล้างมือให้สะอาด ปรุงอาหารให้สุก เจ้าแบคทีเรีย เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร จะได้ไม่มายุ่งวุ่นวายกับเราอีก
  2. กินอาหารให้ตรงเวลา ในปริมาณที่พอดี ก็สามารถช่วยให้การหลั่งกรดน้ำย่อยในกระเพาะเป็นไปตามปกติ
  3. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลม แอลกอฮอล์ ชา กาแฟ ในตอนท้องว่างเพราะจะทำให้กระเพาะระคายเคือง
  4. หลีกเลี่ยงยาที่ทำให้กระเพาะอาหารไม่ปลอดภัย
  5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สมองปลอดโปร่ง และยังช่วยให้บรรเทาอาการเครียด ที่มีส่วนกระตุ้นการหลั่งกรดได้ด้วย
Open post
บำรุงตับ

บำรุงตับ ทางออกของโรคตับ  ก่อนจะอันตรายทั่วร่างกาย

ด้วยหน้าที่ของตับ เป็นหน้าที่ที่ไม่มีใครแทนได้ เชื่อมโยงกับหลายระบบของร่างกาย มันจึงถือว่าเป็นหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญที่สุดในร่างกาย การ บำรุงตับ ให้หายจากโรคตับ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะหากปล่อยทิ้งไว้มันอาจกระทบระบบอื่นๆ และอาจอันตรายถึงชีวิตได้เลย 

บำรุงตับ ก่อนระบบย่อยอาหารจะพัง 

ตับมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบย่อยอาหาร เพราะทำหน้าที่เป็นนายทุนผลิตน้ำดี เพื่อไปย่อยอาหารประเภทไขมันในลำไส้เล็ก หากว่าตับมีปัญหาเกิดขึ้น แล้วไม่ได้บำรุงตับ ระบบย่อยอาหารของคุณก็เตรียมรับศึกหนักได้เลย เพราะเมื่อการผลิตน้ำดีมีปัญหา ไขมันไม่ถูกย่อย มันจะส่งผลโดยตรงในการย่อยอาหารประเภทอื่นๆ จนอาจเกิดปัญหาใหญ่ที่ระบบย่อยอาหารตามมาได้เลย 

บำรุงตับ ก่อนร่างกายจะไม่มีพลังงานหล่อเลี้ยง 

อีกหนึ่งหน้าที่สำคัญของตับ คือ การสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นเขื่อนยักษ์ของร่างกาย เขื่อนมีความสำคัญกับเกษตรกรฉันใด ตับก็มีความสำคัญต่อร่างกายฉันนั้น เพราะตับทำหน้าที่เป็นแหล่งสะสมพลังงานเอาไว้ให้ร่างกายใช้ในยามจำเป็น และตับก็ทำหน้ที่แปลงสารอาหารที่ได้จากการย่อย ให้อยู่ในสถานะที่เซลล์ของร่างกายต้องการด้วย  และแน่นอนว่าหากโรคตับถามหา แล้วไม่บำรุงตับให้ดี ร่างกายอาจจะต้องอ่อนเพลียขาดพลังงานหลัก และพลังงานสำรองไปหล่อเลี้ยงได้เลย

บำรุงตับ ป้องกันสารพิษทำลายอวัยวะอื่น

ตับเป็นอวัยวะที่เลือดทั้งร่างกายต้องไหลผ่าน ซึ่งตับจะทำหน้าที่เสมือนด่านคัดครองว่าจะอนุญาตให้สารใดสามารถผ่านไปพร้อมกับเลือด หรือสารใดต้องถูกทำลายทิ้ง หากตับพบว่าสารพิษเป็นอันตรายต่อร่างกาย ตับจะแสดงตัวทำการดูดซับและจับกุมสารพิษเหล่านั้นไว้ แต่เมื่อโรคตับเกิดขึ้น ส่งผลให้ตับอาจกำจัดสารพิษได้ไม่ดี ซึ่งสารพิษเหล่านั้นมันอาจเข้าไปทำลายอวัยวะอื่น ๆ เช่น สมอง และไต เป็นต้น

บำรุงตับ ก่อนจะลงเอยด้วย ตับแข็ง มะเร็งตับ 

การบำรุงตับ ให้ไกบห่างจากโรคตับ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะโรคตับทุกโรค ทั้งไขมันพอกตับ ตับอักเสบ ไวรัสตับอักเสบ หากไม่รักษาให้ดีแล้วล่ะก็ มันมีโอกาสสูงที่จะดำดิ่งลงไปสู่โรคร้ายปลายทางเดียวกันอย่าง ตับแข็ง และมะเร็งตับได้เลย ซึ่งเป็นโรคที่แทบจะรักษาให้ดีขึ้นไม่ได้ มีแต่ทรงตัว และแย่ลงเรื่อยๆ 

บำรุงตับจากสาเหตุ 

เพราะฉะนั้นก่อนที่จะได้รับอันตรายจากตับแข็งและมะเร็งตับ จำเป็นต้องบำรุงตับให้ดีขึ้นจากโรคตับ และ วิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการรักษาจากสาเหตุ นั่นเอง 

1.หากเกิดขึ้นจากการกินมาก ก็เพียงแค่ปรับวิธีการกิน ปรับสัดส่วนอาหาร งเดว้น อาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน 

2.หากเกิดจากการดื่มสุรา ก็ลดละเลิกแอลกอฮอล์ไป เพียงเท่านี้ตับก็จะฟื้นฟูตัวเองได้

3.หากเกิดจากน้ำตาลในเลือดสูง เบาหวาน สิ่งที่ต้องทำคือ การรักษาระดับน้ำตาลในเลือดอยู่เสมอ ออกกำลังกายเป็นประจำให้น้ำตาลลดลง

4.หากเกิดจากไวรัสตับอักเสบ จำเป็นต้องควบคุมค่าตับอักเสบอยู่ตลอด ปรึกษาแพทย์ควบคู่กันไปด้วย 

5.หากเกิดจากยา หรือการได้รับสารพิษบางอย่าง ก็จำเป็นต้องเลิกกินยาที่ส่งผลอันตรายต่อตับ และปรึกษาแพทย์ไปพร้อมๆกัน 

กลุ่มเสี่ยงที่จำเป็นต้องดูแลบำรุงตับ มากเป็นพิเศษ 

  • น้ำหนักเกินเกณฑ์
  • เป็นเบาหวาน
  • เป็นโรคอ้วน
  • น้ำตาลและไขมันในเลือดสูง
  • ดื่มสุราเป็นประจำ
  • ได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ 
  • กินอาหารในปริมาณมากๆ มาเป็นเวลานาน 

Artichoke สมุนไพร ปกป้องฟื้นฟูตับ

อาร์ติโชค  (Artichoke) คือพืชที่ได้รับการยกย่องจากหลายๆ สถาบันวิจัยว่าเป็นราชาแห่งการบำรุงตับ มีความสามารถทั้งลดการอักเสบ ป้องกันการอักเสบ ลดไขมันพอกตับ และยังส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของตับ 

โดยมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences มหาวิทยาลัยการแพทย์ในประเทศโปแลนด์ ยืนยันว่า Artichoke มีความสามารถในการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับแถมยังช่วยลดและป้องกันการอักเสบที่อาจเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้ง การดื่มแอลกอฮอล์ การกินอาหารประเภทไขมันมาก ๆ การได้รับสารอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีความสามารถในการช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันเลือดไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย 

LIVPRO อาหารบำรุงตับ จากธรรมชาติ

LIVPRO เป็นอาหารเสริมบำรุงตับที่ช่วยบำรุงตับอย่างสมบูรณ์ครบถ้วน ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND มีส่วนผสมของ ราชาการบำรุงตับอย่าง อาร์ติโชค (Artichoke) และสุดยอดสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย  

Open post
 อาร์ติโชค

อาร์ติโชค (Artichoke) ลดไขมันพอกตับ ป้องกันโรคตับ ลดน้ำตาลและไขมันในเลือด 

อาร์ติโชค (Artichoke) คือ พืชที่ได้รับการยกย่องจากหลายสถาบันวิจัยว่า เป็นราชาแห่งการบำรุงตับ เพราะมันคือพืชมหัศจรรย์ที่มีความสามารถในการดูแลตับอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันการอักเสบ การลดการอักเสบ การลดไขมันพอกตับ และยังช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานอของตับได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

สุดยอดประโยชน์ อาร์ติโชค 

1. อาร์ติโชค ช่วยลดตับอักเสบของตับ 

การอักเสบที่ตับนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น จากการอื่มแอลกอฮอล์ จากโรคไขมันพอกตับ จากเชื้อไวรัสตับอักเสบ หรือจากอนุมูลอิสระที่เข้ามาทำร้ายตับ ซึ่งการอักเสบนี้หากปล่อยให้รุนแรงและลุกลามไปเรื่อยๆ ก็เป็นหนึ่งในต้นตอของโรคตับแข็งและมะเร็งตับได้เลย แต่ราชาการบำรุงตับอย่างอาร์ติโชค มีความสามารถในการลดการอักเสบที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับ และตับแข็งไปในตัวได้อีกด้วย 

2.ลดไขมันที่สะสมในตับ 

โรคไขมันพอกตับเป็นโรคที่เกิดขึ้นง่าย ใกล้ตัว คนไทยเป็นมากกว่า40% ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่รักษา มันอาจบานปลายถึงขั้นตับแข็ง และมะเร็งตับได้เช่นกัน อีกทั้งมันยังเป็นโณคที่ส่งผลให้การทำงานของตับต่ำลงด้วยโดยอาร์ติโชค มีความสามารถในการลดไขมันพอกตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่ช่วยลดปัญฆาโรคตับที่อาจจะตามมา แต่ยังทำให้ตับทำงานได้เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็นด้วย 

3.เสริมสร้างการผลิตน้ำดีของตับ 

อาร์ติโชคสุดยอดพืชบำรุงตับชนิดนี้ ยังมีความสามารถในการเสริมสร้างการผลิตน้ำดีที่ตับ ช่วยไปกระตุ้นให้ตับสร้างน้ำดีได้ในปริมาณที่มากขึ้นและมีคุณภาพมากขึ้น โดยน้ำดีเหล่านี้จะไปช่วยย่อยไขมัน ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานดียิ่งขึ้น ระบบขับถ่ายดีขึ้น การรับพลังงานในร่างกายดีขึ้น สุขภาพโดยรวมก็ดีขึ้นตามไปด้วย 

4.มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระในระดับสูง 

การต้านทานอนุมูลอิสระที่จะเข้ามาทำลายตับและอวัยวะอื่นๆ คือ คืออีกหนึ่งความสามารถอันน่าทึ่งของอาร์ติโชค มันจะทำหน้าที่เหมือนผู้พิทักษ์ปกป้องตับ และร่างกายส่วนอื่นๆ ไม่ให้เกิดการอักเสบขึ้น เสมือนเป็นตัวช่วยที่จะปกป้องตับได้ให้สมบูรณ์อยู่ตลอดเวลาได้

5.อาร์ติโชค ลดสารก่อภาวะดีซ่าน

สารบิลิรูบิน คือ สารเหลืองที่เกิดจากกระบวนการสลายฮีโมโกลบินของเม็ดเลือด ซึ่งหากร่างกายได้รับมากเกินไปไม่ถูกทำลาย มันจะเอ่อล้นส่งผลกระทบไปทั่วร่างกาย เกิดอาการตัวเหลือง ตาเหลืองตามมาได้ แต่ Artichoke จะประสานการทำงานกับตับ ในการกำจัดเจ้าสารก่อดีซ่านตัวนี้ให้ออกไปพร้อมน้ำดี ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะดีซ่านได้

6.ปรับสมดุลลำไส้ 

ประโยชน์ต่อลำไส้และระบบย่อยอาหาร ของอาร์ติโชคไม่เพียงช่วยสร้างน้ำดีในการย่อยไขมันแล้ว แต่มันยังอัดแน่นอุดมไปด้วย อินูลิน prebiotic ที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์ในลำไส้ ช่วยปรับสภาพลำไส้ให้ทำงานได้ดีขึ้น ปรับสมดุลของลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายดำเนินไปได้ด้วยดี

6.ลดไขมันและน้ำตาลในเลือด 

ไขมันและน้ำตาลในเลือดนั้น หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคไต หัวใจขาดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาตย์ โรคตับ และโรคร้ายอีกนับไม่ถ้วนก็สามารถมาเยี่ยมเยียนคุณได้เลย ซึ่งความพิเศษของอาร์ติโชค คือมันยังสามารถลดได้ทั้งระดับน้ำตาลในเลือด และระดับไขมันในเลือด ในกลับมาอยู่ในภาวะสมดุล ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคร้ายที่จ้องจะเล่นงานเราได้เช่นกัน 

งานวิจัย ยืนยันสรรพคุณของ อาร์ติโชค 

1.งานวิจัย ยืนยันว่าอาร์ติโชค ช่วยลดไขมันพอกตับได้ 

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งชาติโดเนตส์ ประเทศยูเครน ได้ศึกษาและค้นพบว่า หากว่ากินอาร์ติโชคติดต่อกันเป็นประจำ จะช่วยลดไขมันที่พอกอยู่ในตับได้ ซึ่งไขมันพอกตับนี้เป็นต้นเหตุของโรคร้ายแรงอย่างตับแข็ง และมะเร็งตับ อีกทั้งอาร์ติโชคยังช่วยลดการอักเสบของตับได้อีกด้วย 

2.งานวิจัย ยืนยันว่าอาร์ติโชค ช่วยการอักเสบของตับได้ 

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences ในประเทศโปแลนด์ ได้ศึกษาและยืนยันว่าอาร์ติโชคสามารถช่วยลดการอักเสบของตับจากพฤติกรรมต่างๆ ได้ เช่น จากไขมันพอกตับ จากการกินยา จากแอลกอฮอล์ เป็นต้น และยังช่วยป้องกันการอักเสบที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกเหมือนกัน

เรื่องเล่า 3,000 ปี ของ อาร์ติโชค พืชมหัศจรรย์

อาร์ติโชคมีต้นกำเนิดอยู่แถวทะเลเมดิเตอเรเนียน ระยะเวลากว่า 30ศตวรรษ หรือมากกว่า 3,000 ปี ที่อาร์ติโชคถูกค้นพบและใช้ทั้งเป็นอาหารและใช้เป็นยา มันจึงเป็นพืชที่ผ่านหน้าประวัติศาสตร์โลกมาหลายอารยธรรม ไม่ว่าจะเป็น กรีก โรมัน และอียิปต์โบราณ โดยเป็นพืชที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ และอัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งวิตามินซี ไฟเบอร์ อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก และอื่นๆ อีกมากมาย 

แต่ในปัจจุบัน ด้วยความสามารถที่เพิ่มมากขึ้นของมนุษย์ ผนวกกับชื่อเสียงและสรรพคุณของอาร์ติโชคที่เริ่มแพร่สะพัดไปทั่ว ทำให้มันกลายเป็นพืชที่พบไปในพื้นที่หนาวเย็นหลายที่ เช่น ทางตอนใต้ของยุโรป ทางตอนเหนือของแอฟฟริกา อเมริกาเหนือ เป็นต้น

LIVPRO อาหารเสริมบำรุงตับ 

LIVPRO ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงตับ ภายใต้การผลิตของบริษัท Sergis มีส่วนประกอบหลักคืออาร์ติโชค (Artichoke) ราชาแห่งการบำรุงตับ และยังมีส่วนผสมของพืชสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion Root, Termuric Ginger Greentea เป็นต้น มีสรรพคุณดังนี้ 

สรรพคุณ LIVPRO

  • อุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์
  • ต้านอนุมูลอิสระที่สูงเป็นลำดับต้น ๆ ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง
  • ปกป้องตับ ดูแลสุขภาพตับ detox ตับ 
  • ช่วยชะล้างพิษที่คั่งค้างอยู่ในตับ
  • แก้ภาวะตับอักเสบ ภาวะตับถูกทำลาย 
  • ลดไขมันพอกตับ เสริมการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ของตับ 
  • เพิ่มการสร้างน้ำดี ช่วยจะช่วยขจัดสารที่เป็นพิษต่อตับ และช่วยระบบย่อยอาหาร
  • เพิ่มระบบไหลเวียนเลือดในตับ
  • ลดสารบิลลิรูบิน ต้นเหตุของภาวะดีซ่าน

หากสนใจ LIVPRO อาหารเสริมบำรุงตับ ที่มีส่วนผสมของอาร์ติโชค(Artichoke) คลิกเลย 

Open post
ตับอักเสบเรื้อรัง

ตับอักเสบเรื้อรัง ต้องดูแลให้ดี ก่อนที่จะแย่ด้วยโรคตับแข็ง มะเร็งตับ

ตับอักเสบเรื้อรัง หากไม่ได้รับการรักษา หรือดูแลให้ดี มันอาจจะอันตรายลุกลามร้ายแรงถึงขั้นตับแข็ง หรือมีโอกาสโชคร้ายด้วยมะเร็งตับได้เลย 

นั่นเป็นเพราะตับมีความสามารถพิเศษสุดน่าทึ่งอย่างหนึ่งคือ ความสามารถในการงอกเซลล์ใหม่ ทำให้เมื่อตับเกิดอาการอักเสบขึ้น มันจะทำลายเซลล์ที่อักเสบนั้นทิ้งแล้วสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทนที่ แต่ในขณะเดียวกันผลจากการทำลายเซลล์นั้นมันจะทิ้งซากฝากรอยแผลเป็นไว้ด้วย

ตับอักเสบเรื้อรังอาจกลายเป็นตับแข็ง และมะเร็งตับ 

แต่การอักเสบเรื้อรัง ที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้ตับต้องทำลายเซลล์อักเสบแล้วสร้างใหม่อยู่บ่อย ๆ กระทั่งเนื้อตับที่เนียนเรียบต้องถูกเนื้อแผลเป็นจำนวนมากเข้ามาบดบังแทน จนกลายเป็นพังผืดแทนที่เนื้อ เลือดไม่สามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงตับได้ดี ซึ่งอาจนำไปสู่โรคตับแข็ง และมะเร็งตับได้ 

สาเหตุ ตับอักเสบเรื้อรัง

ตับอักเสบเรื้อรังสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การที่ร่างกายไม่สามารถทำลายเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี และ ซี ได้ หรืออาจเกิดได้จากปัจจัยต่าง ๆ ที่มันดันเข้าไปแทรกแซงการทำงานของตับ และกระตุ้นให้เกิดการอักเสบที่ตับ เช่น ไขมันพอกตับ การดื่มสุรา เป็นต้น 

1.ตับอักเสบเรื้อรังจากไวรัส 

แม้ว่าเชื้อไวรัสตับอักเสบจะมีมากมายหลายชนิดด้วยกัน แต่มันจะมีเพียง ไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี เท่านั้น ที่สามารถทำให้ตับอักเสบเรื้อรังยังคงอยู่กับเรา ซึ่งทั้งไวรัสบีและซีนี้ เป็นเชื้อไวรัสที่ไม่ได้ติดต่อทางน้ำลายอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นเชื้อติดต่อกันทางเลือด น้ำเหลือง สารคัดหลั่ง น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด น้ำนม เท่านั้น 

ไวรัสตับอักเสบบี เป็นโรคที่ถูกพูดถึงบ่อยมาก นั่นเป็นเพราะจำนวนพาหะของโรคนี้มีปริมาณมากสูงถึง 7% ของประชากรไทย หรือราว ๆ 5 ล้านคน แต่โชคดีอย่างคือคนส่วนใหญ่ที่ได้รับเชื้อไวรัสบีนี้สามารถหายเองได้ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน แต่จะมีผู้โชคร้ายเพียง 5% เท่านั้น ที่ร่างกายไม่สามารถสู้และต้านทานไวรัสได้ ต้องกลายเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังไป

ไวรัสตับอักเสบซี แม้จะไม่พบบ่อยเท่ากับไวรัสตับอักเสบบี แต่ก็สามารถทำให้เกิดตับอักเสบเรื้อรังด้วยเช่นกัน แถมยังเมื่อติดไวรัสซีแล้วยังมีโอกาสถึง 80% ที่ต้องกลายเป็นผู้ป่วยตับอักเสบเรื้อรัง และจะมีเพียง 20% เท่านั้นที่ร่างกายสามารถฟื้นฟูเยียวยาให้หายจากไวรัสตับอักเสบซีชนิดนี้ 

2.ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ 

แอลกอฮอล์เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดตับอักเสบเรื้อรัง นั่นเพราะมันมีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์ตับ อีกทั้งตับต้องทำงานอย่างหนักในการขับดูดซับแอลกอฮอล์ออกมาจากเลือด และทำลายทิ้งออกไปจากร่างกาย แน่นอนว่าการทำงานหนักของตับย่อมทำให้ตับอักเสบ ดังนั้นการดื่มแอลกอฮอล์อย่างไม่หยุดพัก โรคตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ว มะเร็งตับ อาจจะตามมาถามหาได้ในไม่ช้า 

3.ตับอักเสบเรื้อรัง จากไขมันพอกตับ 

โรคไขมันพอกตับ เกิดจากการที่ร่างกายเราได้รับสารอาหารเข้าไป เมื่อสารอาหารถูกใช้ไม่หมด มันจะถูกนำมาเก็บรักษาไว้ที่ตับเพื่อใช้เป็นพลังงานสำรองในรูปของ ไกลโคเจน(น้ำตาลกลูโคส) และไตรกลีเซอร์ไรด์(ไขมัน)  แต่หากพลังงานนั้นไม่ถูกนำไปใช้และเรายังคงกินเยอะเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ตับก็ต้องมีวันเต็มกลายเป็นโรคไขมันพอกตับ  มันจึงต้องทำลายเซลล์ที่ถูกไขมันมาเบียดแทรกทิ้ง และการทำลายทิ้งนี่แหละที่ทำให้เกิดการอักเสบ ตราบใดก็ตามที่ไขมันและไกลโคเจนไม่ถูกจำกัดออกไป ตับก็ต้องเกิดการอักเสบไปอย่างต่อเนื่อง เป็นตับอักเสบเรื้อรัง

ตับอักเสบเรื้อรัง ที่ไม่ค่อยแสดงอาการ 

โรคที่เกี่ยวข้องกับตับหลาย ๆ โรคนั้นมักจะไม่ค่อยแสดงอาการให้เห็นเท่าไหร่นัก กว่าจะเผยตัวออกมาตับก็ถูกทำลายไปเสียจนแทบไม่เหลือชิ้นดีแล้ว ตับอักเสบก็เช่นกัน กว่าหลาย ๆ คนจะรู้ตัวว่ามันกำลังคืบคลานเข้ามา ตับก็เกิดการอักเสบรุนแรง หรือเป็นระยะท้ายๆ แล้ว 

อาการของ ตับอักเสบเรื้อรัง

แม้ตับอักเสบมักไม่ค่อยแสดงอาการ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถสังเกตุได้เลย  โดยอาการของตับอักเสบเรื้อรังที่มักพบมีดังนี้ 

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไร้เรี่ยวแรง  
  • ปวดท้องใต้ชายโครงขวา 
  • คลื่นไส้ วิงเวียน อยากอาเจียนบ่อย ๆ 
  • น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ
  • ปัสสาวะมีสีเข้มจัด แต่อุจาระกลับมีสีซีด 
  • ร่างกายเริ่มมีสีเหลือจากภาวะตัวเหลืองตาเหลือง มึนงง สับสน คิดอะไรก็ไม่ออก

การดูแล รักษา ตับอักเสบเรื้อรัง 

การดูแลรักษาฟื้นฟูตับจากการอักเสบเรื้อรังนั้น ต้องดูให้ชัดเจนก่อนว่าสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่

ถ้ามาจากไวรัสตับอักเสบก็ควรดูแลค่าตับ และปฏิบัติตามที่หมอสั่ง 

ถ้ามาจากการดื่มแอลกอฮอล์ จำเป็นต้องเลิกดื่ม

ถ้ามาจากโรคไขมันพอกตับ ก็เพียงแค่เลือกกินของดี ๆ กินในปริมาณที่เหมาะสมไม่กินเยอะ พยายามหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน และแป้ง รวมไปถึงต้องออกกำลังกายให้ร่างกายได้นำพลังงานสำรองออกมาใช้ด้วย 

อาร์ติโชค (Artihoke) ช่วยลดตับอักเสบ

อาร์ติโชค  (Artichoke) คือพืชที่ได้รับการยกย่องจากหลายๆ สถาบันวิจัยว่าเป็นราชาแห่งการบำรุงตับ มีความสามารถทั้งลดการอักเสบ ป้องกันการอักเสบ ลดไขมันพอกตับ และยังส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของตับ โดยมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences มหาวิทยาลัยการแพทย์ในประเทศโปแลนด์ ยืนยันว่า Artichoke มีความสามารถในการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับ แถมยังช่วยลดและป้องกันการอักเสบที่อาจเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้ง การดื่มแอลกอฮอล์ การกินอาหารประเภทไขมันมาก ๆ การได้รับสารอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีความสามารถในการช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันเลือดไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย 

LIVPRO อาหารบำรุงตับ จากธรรมชาติ

LIVPRO เป็นอาหารเสริมบำรุงตับที่ช่วยลดปัญหาอาการตับอักเสบ ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND ที่มีส่วนผสมของ ราชาการบำรุงตับอย่าง อาร์ติโชค (Artichoke) และสุดยอดสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย  

Open post
ตับอักเสบ

ตับอักเสบ บาดเจ็บทุกระบบ สร้างผลกระทบทั่วร่างกาย

ตับอักเสบ เป็นภาวะที่เกิดการอักเสบเจ็บขึ้นบริเวณตับ เกิดขึ้นได้ทั้งจากการได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบ และเกิดได้จากพฤติกรรมที่ไม่ค่อยดีต่อตับ ตับที่เกิดการอักเสบเกิดความเสียหายต่อหลาย ๆ ระบบในร่างกายตามมา อีกทั้งหากปล่อยปะละเลยไม่รีบรักษากอาการอักเสบที่ตับนี้มันอาจจะรุนแรงจนกลายเป็นตับแข็ง และมะเร็งตับได้ในท้ายที่สุด 

อาการ ตับอักเสบ 

ปกติแล้วอาการของตับอักเสบนั้นอาจไม่ได้โหดร้ายรุนแรงอะไรมากนัก โดยก็จะมี เช่น รู้สึกเหนื่อยง่ายหายช้า ปวดท้องแถบชายโครงขวา อาหารไม่ย่อย ท้องอืด เป็นไข้ ปวดข้อ เมื่อยตัว บางรายที่เป็นมากอาจมีภาวะดีซ่านตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเข้มจัด อุจจาระซีดเซียว แต่หากปล่อยไว้ ไม่รักษาให้หายแล้วล่ะก็ มีโอกาสที่มันจะพัฒนากลายเป็นตับอักเสบแบบเรื้อรัง ซึ่งมีโอกาสที่จะกลายเป็นตับแข็ง มะเร็งตับได้ 

นั่นเป็นเพราะตับมีคุณสมบติพิเศษอย่างหนึ่ง คือเป็นอวัยวะเดียวในร่างกายที่สามารถงอกเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์เก่าที่ตายแล้วได้ตลอด เมื่อเนื้อเยื่อหรือเซลล์ตับเกิดการอักเสบขึ้น ตับจึงต้องทำการทำลายเซลล์นั้นทิ้ง แล้วให้เซลล์ใหม่ผุดขึ้นมาแทน แต่การเกิดใหม่นั้นมันมักจะมาพร้อมกับรอยแผลเป็นที่ประสานเนื้อเก่าและเนื้อใหม่เข้าด้วยกัน และหากเกิดการอักเสบบ่อย ๆ แผลเป็นจะขยายวงกว้างขึ้นลุกลามมาเป็นพังผืด และอาจจะกลายเป็นตับแข็งต่อไปได้

สาเหตุของอาการ ตับอักเสบ 

1.ตับอักเสบจากเชื้อไวรัสตับอักเสบ

โดยเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยในประเทศไทยจะเป็นเชื้อไวรัสชนิดเอ และชนิดบี ส่วนเชื้อไวรัสที่สามารถกลายไปเป็นตับอักเสบเรื้อรังได้จะมีเพียง ชนิดบี และ ชนิดซี เท่านั้น 

  • ไวรัสตับอักเสบเอ จะติดต่อกันผ่านทางการดื่มน้ำ กินอาหารที่ปนเปื้อนไวรัสชนิดเอซึ่งอาจจะมาจากอุจจาระของพาหะ 
  • ไวรัสตับอักเสบบี และซี จะติดต่อกันผ่านทางเลือด แม่สู่ลูก เพศสัมพันธ์ และน้ำเหลือง เท่านั้น ไม่ติดต่อทางการกิน
  • ไวรัสตับอักเสบดี เป็นไวรัสที่เรียกได้ว่ารุนแรงที่สุด แต่พบได้น้อยมาก และจะติดได้ในเฉพาะคนที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่แล้วเท่านั้น
  • ไวรัสตับอักเสบอี ไม่ค่อยมีให้พบ แต่ก็สามารถติดต่อได้ทางการดื่มน้ำ กินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคไวรัสอยู่  

2.ตับอักเสบจากการดื่มสุรา 

สุราแอลกอฮอล์นั้นถือเป็นคู่อริตัวร้ายที่สุดของตับเลยก็ว่าได้ เพราะตับจำเป็นต้องทำงานอย่างหนักเพื่อดูดซับและกำจัดแอลกอฮอล์ออกไปจากเลือด ยิ่งแอลกอฮอล์มากเท่าไหร่ ตับก็ยิ่งมีโอกาสทำงานหนักและอักเสบมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดื่มแอลกอฮอล์ไม่หยุดหย่อนนั้นยิ่งมีโอกาสทำให้เป็นตับอักเสบเรื้อรังและพัฒนาไปเป็นตับแข็ง มะเร็งตับได้ในที่สุด 

3.ตับอักเสบจากไขมันพอกตับ 

 หนึ่งในหน้าที่สุดสำคัญของตับ คือ การสะสมสารอาหารประเภทไขมัน และไกลโคเจนไว้เป็นพลังงานสำรอง แต่หากยิ่งกินเยอะเท่าไหร่ นั่นแสดงว่ายิ่งมีโอกาสที่ตับจะสะสมไว้เยอะเกินไป ยิ่งมีโอกาสเป็นโรคไขมันพอกตับมากเท่านั้น ซึ่งหากว่าไขมันมันมาเบียดแทรกเซลล์ตับมาก ทำให้เกิดการอักเสบที่ตับ ส่งผลต่อทำงานหน้าที่โดยรวมของตับไปด้วย 

4.ตับอักเสบจากการกินยามากเกินไป  

ภาระหน้าที่อีกหนึ่งอย่างของตับคือการกำจัดไล่ขับยาและสารพิษที่หากร่างกายเราได้รับมากแล้วจะเป็นอันตรายออกไป ซึ่งการทานยาที่มีส่วนผสมของพาราเซตสมอนเข้าไปมาก ๆ ร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ได้หมด จากยาที่เคยรักษาอาการปวด มันจะกลับมาเป็นปฏิปักษ์กับร่างกายในทันที ตับเลยรับหน้าที่นำพาเจ้ายาพวกนี้ออกไปจากร่างกาย และหากได้รับบ่อยครั้งเข้าตับอักเสบ และเสื่อมสภาพการใช้งานอาจตามมาในไม่ช้า 

ผลกระทบต่อร่างกายจาก ตับอักเสบ 

เมื่อตับอักเสบขึ้น นั่นแปลว่าประสิทธิภาพการทำงานต่าง ๆ ของตับต้องตกต่ำลงไปด้วย เนื่องจากมันต้องฟื้นฟูรักษาตัวเองไปพร้อมกับการทำหน้าที่ ทำให้มีผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ดังนี้

  1. ส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหารเพราะผลิตน้ำดีได้น้อยกว่าเดิม
  2. ส่งผลกระทบต่อการใช้พลังงานและการเก็บพลังงานสำรองในร่างกาย
  3. ส่งผลกระทบต่อการกำจัดสารพิษออกไปนอกร่างกาย
  4. ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันการป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ 
  5. ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด 

การรักษา ตับอักเสบ 

หากว่าต้องประสบกับการเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ห้ามปล่อยปะละเลยเป็นอันขาด เพราะแม้บางครั้งอาการมันอาจยังไม่แสดงออกมาก แต่ตับมันก็ยังอักเสบและถูกทำร้ายอยู่ตลอด ดังนั้นแล้วจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุเช่น การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส หรือหารทานยาต้านไวรัสตับอักเสบชนิดต่าง ๆ การงดเว้นจากการดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายและกินในปริมาณที่เหมาะสม และกินยาในปริมาณที่พาเหมาะ เป็นต้น นอกจากนี้แล้วควรทานยา และอาหารเสริมบำรุงตับอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ค่าตับอักเสบมากขึ้น และไม่ให้เกิดการอักเสบรุนแรงตามมา 

อาร์ติโชค (Artihoke) ช่วยลดตับอักเสบ

อาร์ติโชค  (Artichoke) คือพืชที่ได้รับการยกย่องจากหลายๆ สถาบันวิจัยว่าเป็นราชาแห่งการบำรุงตับ มีความสามารถทั้งลดการอักเสบ ป้องกันการอักเสบ ลดไขมันพอกตับ และยังส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของตับ โดยมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Poznan University of Medical Sciences มหาวิทยาลัยการแพทย์ในประเทศโปแลนด์ ยืนยันว่า Artichoke มีความสามารถในการ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับ แถมยังช่วยลดและป้องกันการอักเสบที่อาจเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้ง การดื่มแอลกอฮอล์ การกินอาหารประเภทไขมันมาก ๆ การได้รับสารอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีความสามารถในการช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันเลือดไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย 

LIVPRO อาหารบำรุงตับ จากธรรมชาติ

LIVPRO เป็นอาหารเสริมบำรุงตับที่ช่วยลดปัญหาอาการตับอักเสบ ควบคุมการผลิตโดย SERGIS THAILAND ที่มีส่วนผสมของ ราชาการบำรุงตับอย่าง อาร์ติโชค (Artichoke) และสุดยอดสมุนไพรบำรุงตับอีกหลายชนิด เช่น Dandelion root, Curcumin, Ginger, Green tea และยังมี Gluta tione จากสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนผสมหลักอีกด้วย มีความสามารถในการบำรุง ฟื้นฟู และช่วยปกป้องตับจากการถูกทำร้าย โดยมีสรรพคุณดังนี้ 

หากสนใจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม LIVPRO สำหรับฟื้นฟูดูแลตับ คลิกเลย  

Posts navigation

1 2 3 4
Scroll to top